ในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงวัสดุมุงหลังคา คงไม่มีใครไม่รู้จักหลังคาเมทัลชีทที่มีข้อดีหลายประการ เช่น ช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึม มีน้ำหนักเบา ราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่าย และมีช่างรับติดตั้งง่ายเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ หลังคาเมทัลชีทจึงกลายเป็นที่นิยมอย่างมาก ทั้งในห้างสรรพสินค้า โรงงานต่าง ๆ สนามกีฬาในร่ม และโครงการอื่น ๆ อีกมากมาย
อย่างไรก็ตาม นอกจากข้อดีหลายอย่างที่กล่าวมาแล้ว หลังคาเมทัลชีทยังมีข้อเสียที่สำคัญ คือ ปัญหาเรื่องความร้อน เนื่องจาก หลังคาเมทัลชีทมีลักษณะบาง และเป็นโลหะ ทำให้สามารถดูดซับ และนำความร้อนได้ดี ส่งผลให้อาคารที่ใช้หลังคาเมทัลชีท มีอุณหภูมิภายในสูงขึ้นมากในช่วงเวลาที่แดดจัด และต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการระบายความร้อน ตัวอย่างเช่น การเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ซึ่งเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเป็นอย่างมาก
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ การติดตั้งฉนวนกันร้อนเป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารได้ ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์จึงอยากพาคุณมาหาคำตอบ ว่าฉนวนกันความร้อนชนิดไหนเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพื่อช่วยคุณตัดสินใจเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนที่เหมาะสม และคุ้มค่าที่สุดสำหรับหลังคาเมทัลชีทของคุณ
เทียบให้ชัด ฉนวนกันความร้อนแต่ละชนิด แบบไหนคุ้มค่าที่สุด !
การเลือกฉนวนกันร้อนที่เหมาะสม จะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ประสิทธิภาพในการกันความร้อน ความทนทาน ความปลอดภัย และความคุ้มค่า ซึ่งในบทความนี้เราจะมาเปรียบเทียบฉนวนกันร้อนชนิดต่าง ๆ เพื่อให้คุณได้เลือกฉนวนที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุดสำหรับอาคารของคุณ ดังนี้
1. AmpCell
AmpCell เป็นฉนวนกันร้อนที่ผลิตจากวัสดุ Polyolefin คุณภาพสูง ด้วยเทคโนโลยี Irradiation Cross-linked Polyethylene (IXPE) ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ไร้สารเคมี ร่วมกันระหว่างออสเตรเลียและญี่ปุ่น โดยใช้การยิงลำแสง Electron พลังงานสูง เพื่อให้โมเลกุลมีความละเอียด และกระจายตัวได้ดี ทำให้เกิดความหนาแน่นสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น
ข้อดี
- ค่า K-Value ต่ำ (0.031 W/mK) มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนสูง
- โครงสร้างคล้ายรังผึ้ง ช่องว่างภายในเป็น Closed Cell และเป็นอิสระต่อกัน ทำให้ความร้อน ความชื้น และน้ำ ไม่สามารถซึมผ่านได้
- ป้องกันความชื้น และไม่เป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อรา หรือแบคทีเรีย
- ไม่มีสารพิษ และสารตกค้าง ปลอดภัยต่อสุขภาพ
- ได้รับการรับรองมาตรฐาน Green Star จาก Green Building Council ประเทศออสเตรเลีย
- ไม่ลามไฟ และไม่ทำให้เกิดควันพิษ โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน BS 467, UL 94, ASTM E84 และ ISO 5659
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดสาร CFC และ HCFCs
ข้อเสีย
- ราคาสูงกว่าเมื่อเทียบกับฉนวนชนิดอื่น ๆ ในตลาด
2. Rubber
Rubber คือ ฉนวนกันร้อนจากยาง ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูง และทนทานต่อการเสื่อมสภาพจากสภาพอากาศ และสารเคมี
ข้อดี
- มีค่า Reflectivity สูง (97%) สะท้อนความร้อนได้ดี
- ยืดหยุ่นสูง ติดตั้งได้ง่าย และปรับตัวเข้ากับพื้นผิวที่ไม่เรียบได้ดี
- ป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อรา และแบคทีเรีย
ข้อเสียของ
- ค่าการซึมน้ำสูง (800 x10-3 g/h.m2) มีโอกาสที่น้ำจะซึมผ่านได้
- ไม่มีการรับรอง Green Star
- ราคาปานกลาง ไม่ถูกเท่าฉนวนบางชนิด
3. PU (Polyurethane)
โพลียูรีเทน เป็นฉนวนกันร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถใช้งานได้หลากหลาย และมีค่า K-Value ต่ำที่สุดในบรรดาฉนวนที่กล่าวถึงในบทความนี้
ข้อดี
- มีค่า K-Value ต่ำที่สุด (0.023 W/mK) มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนสูงมาก
- ค่า R สูงสุด (3.00 สำหรับความหนา 50 มม.)
- น้ำหนักเบา และมีความแข็งแรง
ข้อเสีย
- ไม่มีการรับรองด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- มีความเสี่ยงเรื่องควันเป็นพิษ
- ราคาสูง และต้องการผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง
4. Glasswool
Glasswool เป็นฉนวนที่ทำจากใยแก้ว มีค่า R สูง และมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ที่ดีเยี่ยม ตามมาตรฐานการลามไฟ BS476 Parts 6 and 7 (Class 0)
ข้อดี
- ค่า R สูง (2.146 สำหรับความหนา 50 มม.)
- มีการรับรองมาตรฐาน Class 0
- ราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับฉนวนชนิดอื่น
ข้อเสีย
- โครงสร้างแบบ Open Cell ทำให้น้ำไหลผ่านได้
- ต้องระวังการสัมผัส เพราะอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ
- ไม่มีการรับรองด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
5. Air Bubble
Air Bubble เป็นฉนวนที่มีโครงสร้างเป็นฟองอากาศ มีน้ำหนักเบาและติดตั้งง่าย
ข้อดี
- มีค่า Reflectivity สูง (97%) ช่วยสะท้อนความร้อนได้ดี
- ติดตั้งง่าย และรวดเร็ว
- น้ำหนักเบา และราคาไม่แพง
ข้อเสีย
- มีค่า K-Value สูงที่สุด (0.045 W/mK) ทำให้ประสิทธิภาพในการกันความร้อนน้อยกว่าฉนวนชนิดอื่น
- มีค่า Water Vapor Transmission Rate สูง ทำให้มีโอกาสที่น้ำจะซึมผ่านได้
- อายุการใช้งานสั้นเมื่อเทียบกับฉนวนชนิดอื่น
โดยสรุปแล้ว การเลือกฉนวนกันความร้อน สำหรับหลังคาเมทัลชีท ควรพิจารณาตามความต้องการของการใช้งาน และงบประมาณ ซึ่งหากต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในการกันความร้อน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม AmpCell ถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากต้องการความยืดหยุ่น และการสะท้อนความร้อน Rubber ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
รู้หรือไม่! การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดสาร สำคัญมากแค่ไหน
CFC (Chlorofluorocarbons) และ HCFCs (Hydrochlorofluorocarbons) เป็นจุดเด่นที่สำคัญของฉนวนป้องกันความร้อน AmpCell ซึ่งมีผลกระทบที่สำคัญต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพมนุษย์อย่างมาก เนื่องจาก ฉนวนกันความร้อน AmpCell ผลิตโดยไม่ใช้สาร CFC และ HCFCs ซึ่งเป็นสารที่มีความเป็นพิษ และส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศ
โดยเฉพาะในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และน้ำทะเลขึ้นสูง การไม่ใช้สารเคมีเหล่านี้ จะช่วยลดการทำลายชั้นบรรยากาศ และการเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก นอกจากนี้ การได้รับ Greenstar หมายถึง AmpCell ได้รับการรับรองจาก Green Building Council ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงถึงคุณภาพที่ดี และมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้านี้
AmpCell ฉนวนกันความร้อนสำหรับหลังคา มาตรฐานระดับโลก
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่นำเสนอนี้ จะเห็นได้ว่า การเลือกฉนวนป้องกันความร้อนสำหรับหลังคาเมทัลชีทนั้น มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น ค่า K-Value ความทนทาน ความปลอดภัยต่อสุขภาพ และต้นทุนการติดตั้ง ซึ่งจากการเปรียบเทียบแล้ว “AmpCell” ถือเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในด้านการกันความร้อน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าฉนวนชนิดอื่น แต่ด้วยคุณสมบัติ และประสิทธิภาพที่มี ทำให้ AmpCell เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาวอย่างไม่ต้องสงสัย
ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการท่านไหน ที่กำลังมองหาฉนวนกันความร้อนสำหรับหลังคาเมทัลชีทที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานระดับสากล สำหรับติดตั้งกับอาคาร หรือห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ แอมเพิลไลท์ก็พร้อมให้บริการ หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490