082 782 6774 ampelitemkt marketing@ampelite.co.th

ไขข้อสงสัย หลังคาโรงงานที่เหมาะกับฤดูหนาว ต้องเลือกแบบไหน ?

หลังคา

แม้อากาศในฤดูหนาวของไทย จะไม่ได้หนาวจัด หรือมีหิมะตกเหมือนต่างประเทศ แต่อุณหภูมิที่แปรปรวน แรงลม และความชื้นที่ลดลงกลับส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในโรงงานได้ไม่น้อย ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์ จึงอยากพาคุณไปดูว่า โลกร้อนจะส่งผลต่อฤดูหนาว และโรงงานในไทยอย่างไร พร้อมบอกแนวทางการเลือกหลังคา เพื่อช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย !

โลกที่ร้อนขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศ และโรงงานในไทยอย่างไร

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกกำลังเผชิญปัญหา “โลกร้อน” อย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่สูงขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ เช่น การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล การตัดไม้ทำลายป่า หรือแม้แต่การขยายตัวของเมือง และภาคอุตสาหกรรม ที่ไม่มีระบบจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ส่งผลให้อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ประเทศไทยเอง ก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะโลกร้อนนี้ ไม่ว่าจะเป็น สภาพอากาศที่แปรปรวน ฤดูหนาวที่ไม่หนาวเท่าเดิม บางพื้นที่กลับรู้สึกอบอ้าวแม้ในช่วงปลายปี ซึ่งควรจะเป็นฤดูหนาวโดยธรรมชาติ หรือในบางวันอากาศเย็นจัดในช่วงเช้าแต่กลับร้อนอบอ้าวในช่วงบ่าย ซึ่งสภาพอากาศที่ผันผวนแบบนี้ ส่งผลกระทบต่อทั้งแรงงานในโรงงาน วัสดุที่ใช้ในการผลิต และเครื่องจักรต่าง ๆ อย่างคาดไม่ถึง

โดยเฉพาะโรงงานที่มีหลังคาแบบโลหะ หรือไม่มีระบบระบายความร้อนที่เหมาะสม ก็มักจะประสบปัญหาอุณหภูมิสะสมในเวลากลางวัน แม้จะอยู่ในฤดูหนาวก็ตาม ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ แต่ยังส่งผลให้เครื่องจักรบางชนิด ที่ต้องเผชิญกับภาระความร้อนสูงตลอดเวลา ซึ่งเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เจ้าของโรงงานควรรับมืออย่างไร กับฤดูหนาวในยุคที่โลกร้อน ?

แม้ฤดูหนาวในไทย อาจไม่หนาวจัดเหมือนประเทศอื่น ๆ แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น อุณหภูมิที่ปรับเปลี่ยนขึ้นลงแบบสุดขั้ว หรือความชื้นในอากาศที่ไม่คงที่ ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการทำงานของโรงงาน โดยหนึ่งในวิธีรับมือปัญหานี้ คือการพิจารณาเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคา ให้เหมาะกับฤดูกาล และสภาพอากาศที่สามารถผันผวนได้ทุกเมื่อ ซึ่งแผ่นกันสาดโรงงานที่ดี ควรมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • สามารถสะท้อนความร้อนได้ เพราะแผ่นกันสาดที่ดี ควรช่วยลดการสะสมของความร้อนจากแสงแดดในเวลากลางวันได้
  • สามารถลดเสียงจากลมแรง หรือฝน เพื่อไม่ให้รบกวนพนักงาน หรือระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในโรงงาน 
  • ช่วยรักษาอุณหภูมิภายในโรงงาน ทำให้สามารถลดการพึ่งพาพลังงาน จากเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมได้
  • มีน้ำหนักเบา และติดตั้งง่าย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงในอนาคต

ทั้งนี้ ตัวเลือกอย่าง แผ่นกันสาดไฟเบอร์กลาส หรือแผ่นโปร่งแสงคุณภาพสูง ก็เป็นหนึ่งในทางที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติที่สามารถกันความร้อนได้ดี มีความยืดหยุ่นสูง และยังช่วยให้ภายในโรงงานได้รับแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม จึงช่วยประหยัดไฟฟ้าในช่วงกลางวันได้

นอกจากนี้ การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนฝ้า ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในโรงงานที่มีพื้นที่กว้าง การควบคุมอุณหภูมิภายในอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การทำงานของเครื่องจักรเป็นไปอย่างเสถียร ประหยัดพลังงาน และเพิ่มอายุการใช้งานได้ในระยะยาวอีกด้วย

ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาแผ่นกันสาดคุณภาพสูง หรือฉนวนกันความร้อนสำหรับโรงงาน ที่สามารถรับมือกับอุณหภูมิที่ผันผวนได้จริง Ampelite ก็พร้อมให้คำแนะนำ และมีจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง พร้อมบริการติดตั้งจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทุกความต้องการของโรงงานในไทย สนใจติดต่อได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490

รีวิว หลังคาโรงงานที่เหมาะกับฤดูหนาวในไทย จาก แอมเพิลไลท์

รู้ไหมว่า หลังคาโรงงาน สามารถส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงาน และต้นทุนพลังงานของอาคาร โดยเฉพาะในฤดูหนาว ที่อุณหภูมิแปรปรวน และมีลมแรงในบางพื้นที่ เจ้าของโรงงานจึงควรเลือกวัสดุที่ทำได้มากกว่าแค่ช่วยกันแดดกันฝน แต่จะต้องแข็งแรง ทนทาน และป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศรุนแรงได้อีกด้วย

ทั้งนี้ แอมเพิลไลท์ เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายแผ่นหลังคาคุณภาพสูงจากออสเตรเลีย ที่มีประสบการณ์กว่า 45 ปี ขอแนะนำแผ่นกันสาดโรงงาน 3 รุ่นยอดนิยม ที่เหมาะสำหรับสภาพอากาศในประเทศไทย ดังนี้

  • แอมเพิลไลท์ รุ่น WEBGLAS

แอมเพิลไลท์ รุ่น Webglas โดดเด่นในเรื่องของความแข็งแรง ที่แม้จะเดินเหยียบบนแผ่นกันสาด ก็สามารถเดินได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งตาข่ายนิรภัย และด้วยการเสริมแรงด้วยใยแก้วชนิดพิเศษ จึงทำให้ทนลมแรงได้ดีเยี่ยม ทำให้แผ่นกันสาดรุ่นนี้จึงเหมาะมากสำหรับอาคารสูง หรือพื้นที่ที่มีลมแรง เช่น โรงเก็บเครื่องบิน สนามบิน โรงไฟฟ้า หรือโรงงานที่ใช้สารเคมี เป็นต้น

จุดเด่น

  • แข็งแรงเป็นพิเศษ ไม่ต้องติดตั้งตาข่ายนิรภัย
  • ทนต่อสารเคมี และกระจายแสงธรรมชาติได้สม่ำเสมอ
  • เคลือบ 2 ชั้นทั้งผิวบน และผิวล่างด้วย MAXIL Shield และฟิล์ม Amp MAXINEX หนา 160 ไมครอน
  • สะท้อนรังสี UV ได้มากกว่า 99.95%
  • รับประกันคุณภาพยาวนานถึง 30 ปี
  • แอมเพิลไลท์ รุ่น ChemBlok 

แอมเพิลไลท์รุ่นเคมบล็อค คือแผ่นกันสาดไฟเบอร์กลาส ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทนการกัดกร่อนโดยเฉพาะ ทำให้เหมาะสำหรับโรงงานที่ต้องเผชิญกับสารเคมี หรือความชื้นสูง เช่น โรงงานผลิตปุ๋ย โรงงานใกล้ทะเล โรงบำบัดน้ำเสีย หรือโรงงานแปรรูปโลหะ เป็นต้น

จุดเด่น

  • ปลอดสนิม ทนสารเคมีได้ดีเยี่ยม
  • เคลือบ 2 ชั้น พร้อมฟิล์ม CR MAX และ Amp MAXINEX หนา 130 ไมครอน
  • ประหยัดค่าซ่อมบำรุงได้มากกว่าวัสดุเหล็กถึง 40%
  • สะท้อนรังสี UV ได้มากกว่า 99.95%
  • มีให้เลือกทั้งแบบทึบแสงและโปร่งแสง
  • รับประกัน 20 ปี
  • แอมเพิลไลท์ รุ่น  SEALEX DuraGel

แอมเพิลไลท์ รุ่น ซีเล็ค ดูราเจล เป็นแผ่นกันสาดที่เหมาะกับอาคารสมัยใหม่ ที่ต้องการความสว่างจากแสงธรรมชาติ และความทนทานสูง ด้วยเทคโนโลยี DuraGel ทำให้ช่วยยืดอายุการใช้งาน และลดภาระไฟฟ้าในเวลากลางวัน จึงเหมาะสำหรับโรงงาน คลังสินค้า สนามกีฬา และพื้นที่ขนาดใหญ่

จุดเด่น

  • กระจายแสงธรรมชาติได้ดี และลดการใช้ไฟฟ้า
  • เคลือบด้วย DuraGel + Amp MAXINEX หนา 130 ไมครอน
  • สะท้อนรังสี UV ได้มากกว่า 99.95%
  • มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี Opal และสี Ice Clear
  • รับประกันคุณภาพนานถึง 25 ปี

อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาหลังคาโรงงานที่แข็งแรง และสามารถรับมือกับฤดูหนาว สารเคมี และแสง UV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์จากแอมเพิลไลท์ทั้ง 3 รุ่นนี้ คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และการใช้งานในระยะยาว สนใจติดต่อได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490

BLOG RELEASE

ทำไมต้องหลังคาไฟเบอร์กลาส? สรุปคุณสมบัติ เทียบวัสดุยอดฮิต

หลังคา คือเกราะกำบังด่านแรก และเป็นหัวใจสำคัญของอาคาร

หลังคาโปร่งแสง แอมเพิลไลท์ ประหยัดพลังงาน ทนต่อสภาพอากาศ

สำหรับห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า ต่างก็เป็นสถานที่ที่รวบรวมคนไว้หลากหลาย

หลังคาใสไม่มีฟองอากาศในเนื้อแผ่น

หลังคาไฟเบอร์กลาสโปร่งแสงเป็นที่นิยมใช้ควบคู่กับหลังคาเมทัลชีท เพื่อเพิ่มแสงสว่างจากธรรมชาติเข้าสู่ตัวอาคาร และช่วยประหยัดพลังงานให้กับอาคารโรงงานอุตสาหกรรม