ฉนวนกันความร้อน เป็นอุปกรณ์สำคัญที่เป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเต็มไปด้วยแสงอุณหภูมิสูง แดดจัด และค่า UV Index ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งยังทำลายเครื่องจักรในโรงงาน และอุปกรณ์สำนักงาน จนมีอายุการใช้งานที่สั้นลง ทำให้ฉนวนกันความร้อน เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการ ในการป้องกันความร้อนในบริเวณต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม หากติดตั้งไม่ถูกวิธี ฉนวนกันความร้อนที่เลือกมา อาจป้องกันความร้อน และรังสี UV ได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น แอมเพิลไลท์ จะมาแชร์ขั้นตอนการติดตั้งฉนวนกันความร้อนให้ถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ฉนวนใช้งานได้ดีขึ้น พร้อมมอบสภาพแวดล้อมที่ดี ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมของคุณ หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย
ทำความเข้าใจ การติดตั้งฉนวนกันความร้อน มีทั้งหมดกี่รูปแบบ
ในปัจจุบันแผ่นฉนวนกันความร้อน มีให้เลือกใช้งานหลากหลายประเภท และมีคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้ฉนวนป้องกันความร้อนได้ตามความเหมาะสม ทั้งในแง่ของงบประมาณ คุณสมบัติยิบย่อยของฉนวนแต่ละประเภท และโครงสร้างของอาคาร ไม่ว่าจะเป็น
- พอลิยูรีเทนโฟม (PU Foam)
- ฉนวนใยแก้ว (Fiberglass)
- พอลิเอทิลีน บับเบิลฟอยล์ (Polyethylene Bubble Foil)
- อะลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminium Foil)
- โพลีสไตรีนโฟม (PS Foam หรือ EPS Foam)
ด้วยเหตุนี้ รูปแบบการติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อน จึงมีความแตกต่างกันไปด้วย โดย Ampelite ได้รวบรวมรูปแบบการติดตั้งฉนวนกันความร้อน มาให้ผู้ประกอบการทำความเข้าใจ ก่อนตัดสินใจเลือกฉนวนมาใช้งาน ซึ่งมีทั้งหมด 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่
- ฝ้าเพดาน
การติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ควรเลือกใช้ฉนวนที่มีความหนาพอดี และมีช่องระบายความร้อน หรือเว้นระยะห่างจากโคมไฟดาวน์ไลท์ประมาณ 3 นิ้ว ทั้งนี้ หากฉนวนมีฟอยล์ให้หันขึ้นด้านบน เพื่อสะท้อนความร้อนออกไป และป้องกันไม่ให้ความร้อนสะสมมากจนเกินไป
นอกจากนี้ หากต้องการติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ควรเลือกฉนวนที่มีการหุ้มด้วยวัสดุ ที่สามารถกันความชื้นได้ เช่น ฉนวนใยแก้ว ฉนวนใยหิน และฉนวนโพลิโอเลฟิน (Polyolefin) เป็นต้น เพื่อป้องกันความชื้น และน้ำที่เกิดจากการรั่วซึมของหลังคา ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฉนวนเสื่อมสภาพ
- ใต้หลังคา
รูปแบบการติดตั้งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ การติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อนใต้หลังคา เนื่องจากการติดตั้งในรูปแบบดังกล่าว มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนสูง ทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิภายในโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยฉนวนกันความร้อน ที่นิยมติดตั้งบริเวณใต้หลังคา ได้แก่ ฉนวนโฟม PE ฉนวนโฟม PS ฉนวนใยไฟเบอร์กลาส ฉนวนใยหิน ฉนวนพอลิยูรีเทนโฟม (PU Foam) ฉนวนอะลูมิเนียมฟอยล์ และฉนวนโพลิโอเลฟิน (Polyolefin) เป็นต้น
- บนหลังคา
สำหรับการติดตั้งแผ่นฉนวนกันความร้อนบนหลังคา จะเป็นการติดตั้งแบบเสริมกับแผ่นฉนวนต่าง ๆ เพื่อป้องกันความร้อน แสงแดด และรังสี UV มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การติดตั้งฉนวนบนหลังคา ส่งผลให้แผ่นฉนวนป้องกันความร้อน สัมผัสกับแสงแดด และมลภาวะต่าง ๆ โดยตรง ทำให้แผ่นฉนวนเสื่อมสภาพได้เร็ว และเกิดคราบสกปรกฝังลึกได้ง่าย
ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อน ให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ขอแนะนำ AmpCell ผลิตภัณฑ์ฉนวนกันความร้อนจากแอมเพิลไลท์ ผลิตจากวัสดุ Polyolefin คุณภาพสูง และผ่านกระบวนการผลิตแบบไร้สารเคมี พร้อมรับประกันคุณภาพยาวนานกว่า 12 ปี
เปิดขั้นตอน ติดตั้งฉนวนกันความร้อน ให้โรงงานเย็นสบายทั้งวัน
หลังจากที่ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับรูปแบบของการติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อนกันไปแล้ว จะเห็นได้ว่า ฉนวนกันความร้อนสามารถติดตั้งได้ทั้งภายใน และภายนอกโรงงาน ซึ่งการติดตั้งฉนวนกันความร้อนถูกวิธี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ฉนวนใช้งานได้ดีขึ้น โดยวิธีการติดตั้งแผ่นฉนวนป้องกันความร้อน สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 3 วิธี ดังนี้
- ติดตั้งฉนวนบนฝ้าฉาบเรียบ
การติดตั้งฉนวนบนฝ้าเพดาน หรือใต้หลังคา เป็นตำแหน่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจาก ความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรม มาจากหลังคาที่โดนแสงแดดโดยตรง ทำให้ฉนวนป้องกันความร้อน เข้ามาช่วยลดการถ่ายเทความร้อน จากหลังคาลงสู่ตัวอาคาร โดยวิธีการติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อน บนฝ้าฉาบเรียบ มีดังนี้
- วัดขนาดพื้นที่บนฝ้าเพดาน
- ตรวจสอบ และทำความสะอาดพื้นที่ใต้ฝ้าเพดานให้เรียบร้อย
- ปูฉนวนกันความร้อนเหนือโครงฝ้าเพดาน โดยหันด้านฟอยล์ขึ้นด้านบน
- หากฝ้าเพดานมีความกว้าง น้อยกว่าความกว้างของฉนวน แนะนำให้กรีดที่ฉนวน จากนั้นเสียบฉนวนป้องกันความร้อน ล็อกเข้ากับโครงลวดให้สนิท
- ปิดทับรอยต่อด้านที่เป็นฟอยล์ด้วยเทปกาว Roof-Tape และรอยต่อด้านที่เป็นยางด้วย Aerotape
- ทำให้คราบจนเต็มพื้นที่ จากนั้นตรวจเช็กความเรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยรั่ว
- ติดตั้งฉนวนเหนือแป ด้วย Metal Strip
สำหรับการติดตั้งฉนวนเหนือแป ด้วย Metal Strip ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะการใช้ Metal Strip จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง และความทนทานให้กับฉนวนป้องกันความร้อน ทั้งยังช่วยให้หลังคา และฉนวนกันความร้อนอยู่ในแนวตรงตามต้องการ โดยวิธีการติดตั้งฉนวนเหนือแป ด้วย Metal Strip มีดังนี้
- วัดขนาดพื้นที่ให้เรียบร้อย
- กำหนดระยะการวางแนว Metal Strip ตามระยะหน้ากว้างของแผ่นฉนวน จากนั้นทำการยึด Metal Strip โดยให้ยึดติดกับด้านบนแป
- วางฉนวนกันความร้อนตามความยาวของหลังคา โดยให้ฟอยล์อยู่ด้านล่างตรงกับแนวของ Metal Strip ยึดให้แน่นด้วยสกรูเกลียวปล่อย
- ต่อแผ่นฉนวนให้ชนกัน พร้อมกับติดรอยต่อด้วย Roof-Tape จากนั้นเก็บรายละเอียดช่วงปลายแผ่น ด้วยการพับขอบปลายฉนวน เข้าหาปลายหลังคาให้เรียบร้อย
- ติดตั้งฉนวนเหนือแป ด้วยตะแกรงลวด
การติดตั้งฉนวนเหนือแป ด้วยตะแกรงลวด เป็นการติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อนบริเวณใต้หลังคา ด้วยการนำตะแกรงลวดมาเชื่อมติดกับแป จากนั้นทำการวางฉนวนลงบนตะแกรงลวด เพื่อป้องกันความร้อนสะสมบริเวณใต้หลังคาได้อย่างตรงจุด โดยวิธีการติดตั้งฉนวนกันความร้อน ด้วยตะแกรงลวด มีดังต่อไปนี้
- นำตะแกรงลวดเชื่อมติดด้านบนของแปให้แข็งแรง
- วางฉนวนบนตะแกรงลวด โดยหันด้านฟอยล์ลงด้านล่าง แล้ววางฉนวนไปตามแนวยาวของหลังคาจนเต็มพื้นที่
- ต่อแผ่นฉนวนกันความร้อนใช้ชนกัน จากนั้นติดทับรอยต่อด้วย Roof-Tape
อย่างไรก็ตาม หากพบว่าติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อนผิดด้าน ผู้ประกอบการควรรีบดำเนินการติดต่อช่าง เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำการรื้อออก และติดตั้งใหม่ แม้ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือต้องเสียเวลาในการติดตั้งใหม่ แต่อุณหภูมิภายในโรงงานอุตสาหกรรมจะเย็นสบาย และควบคุมคุณภาพสินค้าได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการ หรือเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมกำลังมองหาฉนวนกันความร้อน ที่ช่วยในเรื่องของความร้อน รวมถึงป้องกันการลามไฟในอนาคต และดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน Ampcell ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะฉนวนของเราช่วยลดการถ่ายเทความร้อน ภายใต้กระบวนการผลิตที่ปลอดภัย และไร้สารเคมี
หากสนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอคำแนะนำ ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า แอมเพิลไลท์ยินดีให้คำปรึกษา โดยติดต่อเราได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490