082 782 6774 ampelitemkt marketing@ampelite.co.th

ทำไมการติดโซลาร์เซลล์ร่วมกับหลังคาโปร่งแสง ถึงคุ้มค่ากว่าที่คิด ?

โซลาร์เซลล์

ในยุคที่สถานประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น ภาคธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรม ต่างหันมาให้ความสำคัญกับการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว สองอุปกรณ์ยอดนิยมที่มักถูกเลือกใช้งานเป็นอันดับต้น ๆ คือ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) และ หลังคาโปร่งแสง (Skylight)

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า… ความจริงแล้วเราสามารถติดตั้งทั้งหลังคาโปร่งแสง และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ร่วมกันได้อย่างลงตัว ถือเป็นการลงทุนที่ให้ความคุ้มค่าแบบทวีคูณ ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์ จะพาไปทำความรู้จักระบบโซลาร์เซลล์ พร้อมเจาะลึกข้อดีของการผสานสองนวัตกรรมพลังงานสะอาด ว่าทำไมถึงตอบโจทย์โรงงาน และอาคารยุคใหม่ได้ดีที่สุด

โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) คืออะไร ?

โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรือ เซลล์แสงอาทิตย์ (Photovoltaic Cell) คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตจากสารกึ่งตัวนำ ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง โดยตรงผ่านปรากฏการณ์โฟโตโวลตาอิก (Photovoltaic Effect)

จากนั้น กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งผ่านเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าหรือ อินเวอร์เตอร์ (Inverter) เพื่อเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งเป็นรูปแบบไฟฟ้ามาตรฐานที่ใช้กับเครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบแสงสว่างต่าง ๆ ภายในอาคารหรือโรงงานอุตสาหกรรม

ข้อดี – ข้อเสีย ของการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์

ก่อนตัดสินใจลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจทั้งจุดเด่นและข้อจำกัด เพื่อวางแผนการใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ข้อดีของ Solar Cell

  • ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างเห็นผล: ช่วยผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อัตราค่าไฟฟ้า (TOU) มักมีราคาสูงที่สุด และเป็นช่วงเวลาทำงานหลักของโรงงาน
  • เป็นพลังงานสะอาดและยั่งยืน: พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยยกระดับองค์กรสู่มาตรฐาน ESG และ Green Industry
  • อายุการใช้งานยาวนาน: แผง Solar Cell ที่มีคุณภาพมักมีอายุการใช้งานเฉลี่ยยาวนานถึง 25–30 ปี และต้องการการบำรุงรักษาไม่ซับซ้อน
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี: ในภาคอุตสาหกรรมสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อรับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้

ข้อเสียและข้อจำกัดของ Solar Cell

  • ต้นทุนเริ่มต้นสูง: การติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปสำหรับอาคารขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนตั้งต้น (CAPEX) ค่อนข้างสูง แม้จะมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย 3–6 ปีก็ตาม
  • ผลิตไฟได้ไม่สม่ำเสมอ: ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะช่วงที่มีแสงแดด ในวันที่สภาพอากาศปิด ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนตก หรือช่วงเวลากลางคืน ประสิทธิภาพการผลิตไฟจะลดลงอย่างมากหรือไม่สามารถผลิตได้เลย
  • ข้อจำกัดด้านพื้นที่และโครงสร้าง: ต้องใช้พื้นที่หลังคาขนาดกว้างขวาง และโครงสร้างเดิมของหลังคาต้องแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักแผงและระบบยึดจับได้โดยไม่ทรุดตัว
  • ต้องอาศัยแสงสว่างเสริม: ระบบ Solar Cell ทำหน้าที่จ่ายพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนแสงสว่างธรรมชาติสำหรับพื้นที่ทำงานได้โดยตรง
โซลาร์เซลล์

ส่องประโยชน์ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ร่วมกับหลังคาโปร่งแสง

จากข้อจำกัดข้างต้น การเลือกใช้หลังคาโปร่งแสง ควบคู่ไปกับระบบ Solar Cell จึงเป็นทางออกเชิงวิศวกรรมที่ช่วยปิดจุดอ่อน และเสริมจุดแข็งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น

1. ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

    ภายในโรงงานหรือคลังสินค้าขนาดใหญ่ มักมีภาระค่าไฟมหาศาลจากทั้งเครื่องจักรและระบบไฟส่องสว่าง เมื่อติดตั้ง Solar Cell ร่วมกับหลังคาโปร่งแสง อาคารจะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ พร้อมกับเปิดรับแสงสว่างธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ทำงาน ช่วยตัดค่าไฟจากการเปิดหลอดไฟในเวลากลางวันลงได้เกือบ 100%

    2. ใช้พื้นที่บนหลังคาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

    โรงงานส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง ไม่มีเงาบดบัง การจัดสรรพื้นที่หลังคาให้มีทั้งจุดติดตั้งแผง Solar Cell เพื่อผลิตไฟฟ้า และช่องรับแสงธรรมชาติ จะช่วยเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าบนหลังคาให้กลายเป็นพื้นที่สร้างมูลค่าและลดต้นทุนทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

    3. สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI

    การลงทุนติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อการประหยัดพลังงาน สามารถนำไปยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายใต้มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดถึง 50% ของมูลค่าเงินลงทุน ช่วยลดหย่อนภาระภาษี และทำให้ธุรกิจคืนทุนได้เร็วขึ้นอย่างมาก

    4. ขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)

    การจับคู่หลังคาโปร่งแสงเข้ากับพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตอบสนองนโยบาย ESG และมาตรฐานอาคารเขียวสากล ยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรให้ก้าวสู่การเป็นโรงงานสีเขียวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

    5. ยกระดับสุขภาวะและประสิทธิภาพของพนักงาน

    ประโยชน์ที่ระบบไฟฟ้า Solar Cell เพียงอย่างเดียวให้ไม่ได้ คือเรื่องของ “คุณภาพชีวิตคนทำงาน” เพราะการทำงานใต้แสงหลอดไฟประดิษฐ์ตลอดทั้งวัน อาจทำให้สายตาเมื่อยล้า และสะสมความเครียด

    จากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์พบว่า พนักงานที่ปฏิบัติงานในอาคารที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงอย่างเหมาะสม จะมีคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น โดยมีเวลานอนหลับพักผ่อนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 46 นาทีต่อคืน ส่งผลให้พนักงานมีสมาธิ สมองปลอดโปร่ง และลดความผิดพลาดในการทำงาน ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์ แสงธรรมชาติยังช่วยสร้างบรรยากาศโปร่งสบายตา ทำให้ลูกค้าผ่อนคลายและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

    ทำไมการติดตั้ง Solar Cell เพียงอย่างเดียว จึงอาจยังไม่พอ?

    แม้แผง Solar Cell จะช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดี แต่ในวันที่สภาพอากาศปิด ฝนตกชุก หรือมีเมฆหนา ประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าจะลดต่ำลงอย่างมาก การติดตั้งแผ่นหลังคาโปร่งแสง จึงเข้ามาช่วยอุดช่องโหว่นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะไม่ว่าสภาพอากาศภายนอกจะเป็นอย่างไร อาคารก็ยังคงได้รับแสงธรรมชาติสว่างทั่วถึง โดยไม่ต้องเปิดหลอดไฟเพิ่มแม้แต่น้อย

    สัดส่วนการติดตั้งที่ถูกต้อง แนะนำ 10% ของพื้นที่หลังคา

    คำแนะนำเชิงวิศวกรรมสำหรับการติดตั้งหลังคาโปร่งแสงควบคู่กับแผง Solar Cell ในอาคารขนาดใหญ่ (เช่น คลังสินค้า โกดัง หรือโรงงาน) แอมเพิลไลท์แนะนำให้ใช้แผ่นหลังคาโปร่งแสงในสัดส่วนประมาณ 10% ของพื้นที่หลังคาทั้งหมด

    โดยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ จะถูกติดตั้งยึดอยู่บนหลังคาทึบแสง (เช่น หลังคาเหล็กเมทัลชีท) และเว้นระยะมุงแผ่นโปร่งแสงเป็นแนวยาว เพื่อให้แสงธรรมชาติ สามารถส่องกระจายลงมาภายในอาคารได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีแผง Solar Cell มาบดบัง

    โซลาร์เซลล์

    3 เรื่องต้องรู้ของหลังคา ก่อนติดตั้ง Solar Cell ให้ปลอดภัย

    นอกเหนือจากการคำนวณกำลังการผลิตไฟฟ้าแล้ว “สภาพและความพร้อมของหลังคา” ถือเป็นหัวใจสำคัญทางวิศวกรรมที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเลือกใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและโครงสร้างอาคารในระยะยาว โดยมี 3 ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนี้

    1. การรับน้ำหนักและคุณภาพวัสดุมุง: โครงสร้างอาคารและแปหลังคาต้องมีความแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์จับยึด (Solar Mounting) ตลอดจนแรงลมปะทะได้อย่างปลอดภัย ส่วนแผ่นหลังคาโปร่งแสงที่นำมามุงสลับเป็นช่องแสง ต้องเลือกวัสดุไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูง ที่ทนทานต่อการขยายตัว ไม่กรอบแตกง่าย เมื่อต้องรับความร้อนสะสมร่วมกับแผงโซลาร์
    2. อายุการใช้งานของหลังคา: แผงเซลล์แสงอาทิตย์มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 25 ปีขึ้นไป ดังนั้นหลังคาที่ใช้มุงร่วมกันต้องมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 25 – 30 ปีเช่นกัน เพื่อป้องกันปัญหาหลังคาชำรุดผุกร่อนจนต้องรื้อถอนแผงโซลาร์เซลล์เพื่อซ่อมแซมหลังคาในภายหลัง ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาล
    3. ขนาดและรูปลอนที่ได้มาตรฐาน: แผ่นหลังคาต้องมีรูปลอนและขนาดที่ได้มาตรฐานเดียวกับแผ่นหลังคาหลัก เพื่อให้การวางแนวมุงประกบสนิท ลดความเสี่ยงในการรั่วซึม และไม่ส่งผลกระทบต่อแนวติดตั้งแผงโซลาร์
    โซลาร์เซลล์

    เปิดขั้นตอน การติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ในโรงงาน เริ่มต้นอย่างไร ?

    การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในระดับโรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านวิศวกรรมและความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ระบบสามารถจ่ายไฟได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

    1. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและวิศวกร: เพื่อคำนวณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย ออกแบบทิศทางการวางแนวแผงโซลาร์ร่วมกับช่องแสงโปร่งแสง และตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา
    2. ยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย
      • ยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคาร (อ.1) ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
      • แจ้งขอยกเว้นใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานต่อสำนักงาน กกพ.
      • ยื่นขออนุญาตเชื่อมขนานระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
    3. ตรวจสอบระบบและเปิดใช้งาน: เมื่อติดตั้งเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าจะเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย และดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นระบบดิจิทัลแบบสองทาง

    เลือกลงทุนอย่างคุ้มค่า มั่นใจในแอมเพิลไลท์

    การลงทุนติดตั้ง Solar Cell ควบคู่กับหลังคาโปร่งแสง เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนค่าพลังงานและยกระดับโรงงานสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

    สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแผ่นหลังคาโปร่งแสงคุณภาพสูง ขอแนะนำ แผ่นหลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส แอมเพิลไลท์ รุ่น WonderCool IR นวัตกรรมอนุภาคสะท้อนความร้อน Solar Nano Technology มาตรฐานระดับสากลจากประเทศออสเตรเลีย ที่ยอมให้แสงสว่างจากธรรมชาติส่องผ่านได้อย่างนุ่มนวล แต่ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนอินฟราเรดออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมการรับประกันยาวนานถึง 30 ปี มั่นใจได้ว่าคงทนเคียงคู่ระบบ Solar Cell ของคุณตลอดอายุการใช้งาน

    สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และขอคำปรึกษาได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490

    BLOG RELEASE

    หลังคาแผ่นใส ช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าในโรงงาน

    ปัจจุบันโรงงาน สถานประกอบการ และคลังสินค้า

    9 ทรงหลังคายอดนิยม พร้อมวิธีเลือกหลังคาโปร่งแสง Ampelite

    “หลังคา” ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างส่วนบนที่ช่วยปกป้องอาคารจากแดด ลม

    หลังคาไฟเบอร์กลาสโปร่งแสงที่เหมาะกับหลังคาโรงงาน

    โรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการที่มีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะช่วงเวลาเช้าจรดค่ำเป็นเวลาปฏิบัติงานของเครื่องจักรที่มีมูลค่ามหาศาล และพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง