ความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรม ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องเผชิญ และยังหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ โดยสาเหตุของความร้อน เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การใช้วัสดุมุงหลังคาที่ไม่มีคุณภาพ โครงสร้างโรงงานไม่เอื้อต่อการกันความร้อน ขาดการบำรุงรักษาเครื่องจักร รวมถึงไม่มีพื้นที่สีเขียวรอบโรงงาน
ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้ ด้วยการสำรวจโครงสร้างอาคารให้ละเอียด แล้วนำวัสดุกันความร้อน อย่าง ฉนวนป้องกันความร้อนมาติดตั้ง เพื่อลดความร้อนสะสมจากอุณหภูมิภายในโรงงาน และเครื่องจักรที่สร้างความร้อน ทั้งยังช่วยเพิ่มความเย็นให้กับโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างดีเยี่ยม
ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์ จะพาผู้ประกอบการทุกท่าน มาศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ การติดตั้งฉนวนกันความร้อนในโรงงาน รวมถึงแนวทางในการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ เพื่อแก้ปัญหาความร้อนสะสมภายในโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างตรงจุด หากพร้อมแล้ว เรามาดูกัน
เผยคำตอบ ! ฉนวนกันความร้อน คืออะไร ทำไมถึงควรติดตั้ง
ฉนวนกันความร้อน คือ วัสดุที่ช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอก ไม่ให้ส่งผ่าน หรือส่งผ่านความร้อนเข้ามาสู่อาคารได้น้อยที่สุด เพื่อลดอุณหภูมิภายในโรงงาน รวมถึงช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้นานยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเติมเต็มคุณภาพชีวิตของพนักงาน ให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข
โดยไม่รู้สึกร้อนอบอ้าวจนไม่มีสมาธิทำงาน โดยภายในฉนวนป้องกันความร้อน มีฟองอากาศจำนวนมาก เพื่อสกัดความร้อนให้อยู่ในฟองอากาศ ซึ่งตัวฉนวนมีความหนาแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิด สำหรับฉนวนป้องกันความร้อนที่มีให้เห็นทั่วไปในท้องตลาด แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

-
ฉนวนใยแก้ว
ฉนวนใยแก้ว หรือไฟเบอร์กลาส (Microfiber) เป็นฉนวนป้องกันความร้อนที่ผู้ประกอบการนิยมใช้กันมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีลักษณะเด่นเป็นเส้นใยแผ่นหนา ห่อหุ้มด้วยฟอยล์ ทำให้กันความร้อนได้สูงถึง 300 องศาเซลเซียส โดยแผ่นฟอยล์มีหน้าที่สะท้อนความร้อน หากมีความร้อนหลงเหลือ ก็จะถูกกักเก็บไว้ที่แผ่นเส้นใยด้านล่าง
นอกจากนี้ ฉนวนใยแก้วยังดูดซับเสียงได้ดี เหมาะกับการติดตั้งในโครงสร้างหลังคา เพดาน และผนังอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ในปัจจุบันฉนวนใยแก้วไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก เพราะเมื่อฉนวนเสื่อมสภาพ จะมีละอองสารพิษระเหยออกมา ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพนักงาน อีกทั้งคุณสมบัติในการป้องกันความร้อน ก็ลดลงตามไปด้วย เมื่อถูกน้ำ และความชื้นเป็นเวลานาน
-
ฉนวนแบบพียูโฟม
ฉนวนแบบพียูโฟม (PU Foam) คือ ฉนวนแบบฉีดที่ใช้สารโพลียูรีเทนโฟม (Polyurethane Foam) ซึ่งมักจะฉีดไว้ที่บริเวณใต้แผ่นหลังคาเมทัลชีท และจะมีฟอยล์ปิดทับชั้นล่าง ช่วยสะท้อนความร้อนออกจากอาคารได้ในทันที โดยที่ไม่มีความร้อนกักเก็บไว้ภายใต้หลังคา ทั้งยังเป็นวัสดุที่ไม่ลามไฟ และไม่ก่อสารพิษ
อย่างไรก็ตาม ฉนวนพียูโฟมมีจุดหลอมเหลวต่ำ เมื่อโดนความร้อนสูงเป็นเวลานาน อาจทำให้โฟมไม่สามารถคงสภาพเดิมเอาไว้ได้ จึงไม่เหมาะกับการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม ที่จำเป็นต้องใช้ความร้อนตลอดทั้งวัน หรือโรงงานที่ตั้งห่างไกลจากพื้นที่สีเขียว และพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด
-
ฉนวนเยื่อกระดาษ
สำหรับฉนวนเยื่อกระดาษ (Cellulose) เป็นวัสดุที่มีส่วนผสมจากเยื่อกระดาษที่ใช้แล้ว และสารเคมีที่สำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ บอแรกซ์ (Borax) และกรดบอริก ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดการลามไฟ ดูดซับเสียงรบกวนได้มากถึง 75% รวมถึงป้องกันปลวก หนู แมลง และเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลักษณะการใช้งานจะเหมือนกับฉนวนแบบพียูโฟม
ทั้งนี้ ฉนวนกันร้อนแบบเยื่อกระดาษ จะควบคุมความหนาได้ยาก และอาจทำได้ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อน รังสี UV ความชื้น และเชื้อรา ต่ำกว่าวัสดุฉนวนกันร้อนประเภทอื่น
-
ฉนวนป้องกันความร้อนโพลีโอเลฟินส์
หนึ่งในวัสดุกันความร้อนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ โพลีโอเลฟินส์ (Polyolefin) ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความยืดหยุ่น ทนทาน น้ำหนักเบา ทั้งยังช่วยป้องกันความร้อน และป้องกันความชื้นได้มากกว่าฉนวนป้องกันความร้อนทั่วไป โดยไม่เป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อรา และแบคทีเรีย
นอกจากนี้ โพลีโอเลฟินส์ ยังเป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดสาร CFC และ HCFCs ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน จึงมั่นใจได้เลยว่าหากติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อน แบบโพลีโอเลฟินส์ อุณหภูมิภายในโรงงานจะลดลง และปลอดภัยต่อทุกสภาพอากาศอย่างแน่นอน
ชวนสังเกต ฉนวนกันความร้อนโรงงานที่ดี ควรมีคุณสมบัติอย่างไร
หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับฉนวนกันความร้อน ในขั้นเบื้องต้นกันแล้ว ต่อมาลองมาดูกันว่าฉนวนป้องกันความร้อน ที่เหมาะกับการติดตั้งภายในโครงสร้างหลังคาของโรงงาน ควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง เพื่อป้องกันความร้อน ความชื้น รวมถึงช่วยให้พนักงานปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เรามาดูกัน
-
ความปลอดภัย
สิ่งแรกที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาเป็นอันดับแรก คือ เรื่องความปลอดภัย เพราะแผ่นกันความร้อนเป็นวัสดุที่ติดตั้งภายในโรงงาน ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องจักรมูลค่ามหาศาล ผลผลิตมากมาย และพนักงานกว่าหลายร้อยชีวิต ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องคำนึงว่าฉนวนป้องกันความร้อนที่เลือกใช้ ทำมาจากวัสดุที่เกิดฝุ่น เชื้อรา และเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์รบกวนหรือไม่
-
ต้านทานความร้อนสูง
อย่างที่ทราบกันดีว่าแผ่นกันความร้อน เป็นตัวช่วยกันความร้อนสะสมภายในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ค่าต้านทานความร้อนสูงเท่าไหร่ ก็จะดีต่อโรงงานเท่านั้น โดยจุดสำคัญที่ทำให้แผ่นฉนวนป้องกันความร้อน มีค่าต้านทานสูง คือ วัสดุที่แตกต่างกัน และความหนาของแผ่นฉนวน
ซึ่งเกณฑ์การเลือกฉนวนป้องกันความร้อนที่ดี ควรเลือกจากค่า R (Resistivity) หรือค่าต้านความร้อน และค่า K (K-value) ซึ่งเป็นค่าการนำความร้อน โดยผู้ประกอบการต้องเลือกฉนวนกันร้อนที่มีค่า R ที่สูง และค่า K ที่ต่ำ เพื่อปกป้องไม่ให้ความร้อนเข้าสู่โรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
ไม่เกิดเชื้อรา หรือดูดซับน้ำ
จุดสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม คือ การเลือกฉนวนกันร้อนที่เป็นเซลล์ปิด (Close Cell) เนื่องจาก ฉนวนที่มีโครงสร้างเซลล์ลักษณะนี้ช่วยดูดซับน้ำ และความชื้นได้เป็นอย่างดี โดยที่ความชื้นไม่สามารถซึมเข้าสู่ฉนวนได้ ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาเชื้อราสะสมบริเวณใต้หลังคา
-
ผลิตจากวัสดุที่ไม่ลามไฟ
เหตุเพลิงไหม้ในโรงงานอุตสาหกรรม ถือเป็นหนึ่งในเหตุร้ายที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซึ่งการเลือกใช้ฉนวนที่ผลิตจากวัสดุที่ไม่เป็นเชื้อเพลิง ไม่ลามไฟ และไม่เกิดควันพิษ ย่อมช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดโอกาสเกิดความเสียหายภายในโรงงาน
-
ทนทาน ใช้งานได้คุ้มค่า
นอกเหนือจากการพิจารณาถึงคุณสมบัติต่าง ๆ แล้ว ผู้ประกอบการอย่าลืมเลือกฉนวนป้องกันความร้อน ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงได้รับการรองรับมาตรฐานในระดับสากล และมีอายุใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ปี
ทั้งหมดนี้ก็คือ คุณสมบัติของฉนวนป้องกันความร้อน ที่เหมาะกับการติดตั้งในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจให้ละเอียด ก่อนตัดสินใจติดตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิในโรงงานมีความร้อนสูงจนเกินไป และดูแลสุขภาพของพนักงานให้แข็งแรงอยู่เสมอ สำหรับใครที่สนใจแผ่นฉนวนกันความร้อน ที่ผลิตจากโพลีโอเลฟินส์ (Polyolefin) คุณภาพสูง ด้วยเทคโนโลยี Physically Cross-linked PE (IXPE) หนึ่งเดียวในอาเซียน ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตไร้สารเคมี ที่เป็นเทคโนโลยีร่วมระหว่างออสเตรเลีย และญี่ปุ่น
ทั้งยังได้รับการรับรองผ่านมาตรฐาน BS467, UL94, ASTM E84 และ ISO 5659 แข็งแรง ทนทาน พร้อมรับประกันยาวนานถึง 12 ปี หากสนใจสามารถเข้ามาเลือกชมสินค้าจากแอมเพิลไลท์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490