082 782 6774 ampelitemkt marketing@ampelite.co.th

หลังคาใส คืออะไร? มีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่ เลือกแบบไหนดี

การเลือกใช้วัสดุหลังคา เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้อาคารดูสมบูรณ์ทั้งด้านความทนทาน การป้องกันแสงแดดและฝน รวมถึงเสริมความสวยงามให้พื้นที่ใช้งาน ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของยุคนี้คือ “หลังคาใส” วัสดุที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าตลอดวัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก หลังคาใสมีหลายประเภท และแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติ ราคา และการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้น เพื่อช่วยให้คุณเลือกได้ถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์ จะพาคุณสำรวจโลกของหลังคาใสแบบต่าง ๆ ตั้งแต่ประเภท จุดเด่น ไปจนถึงราคาในปี 2025 ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

หลังคาใส

หลังคาใสคืออะไร ? ทำไมถึงได้รับความนิยม

หลังคาใส คือวัสดุมุงหลังคาที่สามารถให้แสงธรรมชาติ ส่องผ่านเข้ามายังพื้นที่ภายในอาคารได้ ช่วยเพิ่มความสว่าง ลดการใช้ไฟในเวลากลางวัน และยังคงทำหน้าที่ป้องกันแดด ฝน และลมได้เช่นเดียวกับหลังคาทั่วไป ซึ่งจะอธิบายเพิ่มเติม ดังนี้

  • ความหมายของหลังคาแบบใส

หลังคาแบบใส เป็นแผ่นกันความร้อนที่ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ที่ผ่านกระบวนการขึ้นรูป จนมีความใสคล้ายกระจก เช่น แผ่นพลาสติกชนิดพิเศษ หรือโพลีเมอร์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้แสงลอดผ่านได้ดี แต่มีความแข็งแรงกว่า ไม่แตกง่ายเหมือนกระจก นอกจากนี้ ระดับความใสของแต่ละรุ่น ยังมีผลต่อปริมาณแสง และความร้อนที่ทะลุผ่านเข้ามา

  • ใช้งานตรงไหนได้บ้าง

หลังคาใส สามารถใช้งานได้แทบทุกพื้นที่ เหมือนหลังคาทึบปกติ ไม่ว่าจะเป็น การมุงเต็มพื้นที่ หรือใช้แบบสลับกับหลังคาทึบ เพื่อควบคุมความสว่าง โดยพื้นที่ที่นิยมใช้งาน เช่น กันสาดหน้าบ้าน หลังคาโรงรถ ครัวนอกบ้าน หรือทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร

  • ข้อดี-ข้อเสียของหลังคาแบบใส 

ข้อดี

  1. โปร่งใส และไม่อับทึบ
  2. ช่วยประหยัดพลังงาน
  3. น้ำหนักเบา ติดตั้งง่ายกว่า

ข้อเสีย

  1. อาจเกิดความร้อนสะสม
  2. เกิดคราบหรือหมองได้หากดูแลไม่ดี
  3. ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
หลังคาใส

หลังคาใส มีกี่แบบ ? เจาะลึกจุดเด่นเฉพาะของแต่ละแบบ 

ก่อนเลือกใช้หลังคาแบบใส ต้องรู้ก่อนว่าแต่ละแบบมีข้อดี หรือข้อเสียอย่างไร เพราะหลังคาก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวไปตามวัสดุที่ใช้ผลิต จึงมีคุณสมบัติต่างกัน โดยรูปแบบของหลังคาแบบใสมี 5 ประเภท ดังนี้

หลังคาใส

1.หลังคาใสไฟเบอร์กลาส (FRP)

หลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส มีลักษณะเป็นแบบลอนคลื่น รวมถึงมีสีสันหลากหลาย ทั้งแบบโปร่งแสงและทึบแสง โดยผิวด้านบนของแผ่นหลังคาจะมีการเคลือบสารป้องกัน UV เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนาน และช่วยป้องกันความร้อนได้ นอกจากนี้ ยังมีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่น สามารถดัดโค้งได้ตามต้องการ

ข้อดีของการเลือกหลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส

  • สะท้อน UV ได้มากกว่า 99 %
  • มีน้ำหนักเบา และมีความยืดหยุ่น ทำให้สามารถดัดโค้งได้ตามความต้องการโดยไม่แตกหัก
  • แสงสว่างสามารถส่องผ่านได้พอดี ช่วยประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นในเวลากลางวัน
  • กระจายแสงดีเยี่ยม แข็งแกร่งกว่าแผ่นโปร่งแสงทั่วไป 2 เท่า

ข้อเสียของการเลือกหลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส

  • เกิดเสียงดังเมื่อฝนตก
  • ความใสน้อยกว่าอะคริลิก และโพลีคาร์บอเนต
หลังคาใส

2. หลังคาใส Polycarbonate

หลังคาโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนต มีให้เลือกทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบลอนลูกฟูก และแบบตันเรียบ โดยแต่ละรูปแบบก็จะมีสีสันให้เลือกหลากหลายทั้ง สีใส สีขุ่น หรือผิวส้ม โดยหลังคาโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนต จะมีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และสามารถดัดโค้งได้ แต่หากใช้เพื่อป้องกันแสงแดดควรจะเลือกรุ่นที่มีการเคลือบผิวกันแสง UV ด้วย

ข้อดีของการเลือกหลังคาโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนต

  • มีความยืดหยุ่น หรือขยายตัวเมื่อรับความร้อน และสามารถคลายตัวเมื่ออุณหภูมิลดลงได้
  • มีน้ำหนักเบา ทำให้ไม่ต้องใช้โครงสร้างรองรับมากนัก

ข้อเสียของการเลือกหลังคาโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนต

  • แผ่นหลังคาโปร่งแสงโพลีคาร์บอเนตมีความแข็ง ทำให้อาจเกิดเสียงดังขณะฝนตกได้
  • แผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบลอนลูกฟูกและแบบลอน จะมีช่องว่างหรือช่วงแผ่นที่ซ้อนทับกัน ทำให้อาจเป็นจุดสะสมของน้ำหรือความชื้น จนทำให้เกิดตะไคร่และคราบสกปรกได้ง่าย 
  • เมื่อใช้งานไปนาน ๆ พื้นผิวของแผ่นจะขุ่นมัว และสีอาจซีดจางไปตามอายุการใช้งาน
  • อายุการใช้งานสั้นกว่าวัสดุโปร่งแสงชนิดอื่น ๆ ในท้องตลาด
  • ถ่ายสีตามสีแผ่น ทำให้รู้สึกไม่สบายสายตาเมื่ออยู่ใต้หลังคาโพลีคาร์บอเนต
หลังคาใส

3. หลังคาใส UPVC โปร่งแสง

UPVC หรือ Unplasticized Polyvinyl Chloride ซึ่งเป็นวัสดุหลังคาที่มีลักษณะเป็นแผ่นลอน และเป็นแผ่นโปร่งแสงที่มีสีขาวขุ่นเพียงสีเดียว มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง เมื่อฝนตกจะไม่ค่อยเกิดเสียงรบกวนมากนัก ทั้งนี้ เมื่อใช้ไปนาน ๆ สีของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ และอาจเกิดการแอ่นตัวตกท้องช้างได้เนื่องจากความร้อน 

ข้อดีของการเลือกหลังคา uPVC

  • เมื่อฝนตกจะไม่ค่อยเกิดเสียงรบกวนมากนัก
  • วัสดุมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง และสามารถดัดโค้งได้

ข้อเสียของการเลือกหลังคา uPVC

  • เมื่อใช้ไปนาน ๆ สีของวัสดุอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศ 
  • แผ่นหลังคาอาจแอ่นตัวตกท้องช้างได้เนื่องจากความร้อน (ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความหนาของแต่ละยี่ห้อ)
  • หากติดเป็นหลังคาสี จะมีปัญหาเรื่องการบิดตัวและตามมาด้วยปัญหาการรั่วซึม
หลังคาใส

4. หลังคาใสอะคริลิก (Acrylic)

วัสดุมุงหลังคาแบบใสที่มีความโปร่งแสงคล้ายกระจก และให้เส้นแสงที่สบายตา นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติป้องกันความร้อน รวมถึงสามารถดัดโค้งให้เกิดความสวยงามได้โดยไม่แตกเป็นลายงา 

ข้อดีของการเลือกหลังคาอะคริลิก

  • มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสี UV มากกว่า 90% ทำให้สามารถประหยัดค่าติดฟิล์มกันความร้อนได้
  • มีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับการติดตั้งกระจก แต่ยังคงหนักกว่าโพลีคาร์บอเนต ทำให้เปลืองโครงสร้าง
  • สามารถดัดโค้งได้โดยไม่แตกเป็นลายงา

ข้อเสียของการเลือกหลังคาอะคริลิก

  • มีราคาสูงกว่าหลังคาโปร่งแสงทั่วไปในท้องตลาด
  • ต้องใช้อุปกรณ์ในการติดตั้งค่อนข้างเยอะ และมีวิธีติดตั้งที่ซับซ้อน รวมถึงต้องติดตั้งตามคู่มืออย่างเคร่งครัดเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน
  • มีการเจาะที่ตัวแผ่น และใช้แผ่นยางในการติดตั้ง หากเกิดการเสื่อมสภาพ อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมได้
  • หลังคาอะคริลิกมีน้ำหนักมากจึงต้องใช้โครงสร้างเหล็กมากเช่นกันเพื่อรับน้ำหนัก ส่งผลต่อการรับน้ำหนักโครงสร้างอาคารเสี่ยงต่อการแตกหลุดร่วงลงมาได้
หลังคาใส

5. หลังคากระจกลามิเนต

หลังคากระจกลามิเนต จะประกอบไปด้วยกระจก 2 แผ่นประกบกัน โดยมีฟิล์มป้องกัน UV กั้นอยู่ตรงกลาง และความหนาของกระจกแต่ละชั้นจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 มิลลิเมตร (ความหนาของกระจกขึ้นอยู่กับการออกแบบ) ซึ่งการใช้กระจกลามิเนตจะไม่ค่อยเกิดเสียงดังรบกวนเมื่อฝนตกมากนัก นอกจากนี้ ยังมีสีสันให้เลือกหลากหลาย 

ข้อดีของการเลือกหลังคากระจกลามิเนต

  • ไม่ค่อยเกิดเสียงรบกวนขณะฝนตกมากนัก
  • มีสีฟิล์มและสีกระจกให้เลือกหลากหลาย
  • หากติดฟิล์มป้องกันความร้อนคุณภาพดี จะสามารถป้องกันความร้อนได้ถึง 90%
  • หากเกิดการกระแทกจนกระจกแตก กระจกจะเกาะกับชั้นฟิล์มไว้ ทำให้ไม่เกิดอันตราย

ข้อเสียของการเลือกหลังคากระจกลามิเนต

  • มีราคาสูงกว่าหลังคาประเภทอื่น
  • หากเลือกกระจกที่มีความหนา จะมีค่าโครงสร้างรองรับที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
  • ควรหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำ เพราะสกปรกง่าย โดยอาจเคลือบน้ำยาลดการเกิดคราบน้ำเพื่อลดความถี่ในการทำความสะอาดได้เช่นกัน
หลังคาใส

อัปเดตราคาแผ่นหลังคาใส แต่ละรูปแบบ ในปี 2025

หากคุณกำลังวางแผนติดตั้งหลังคาแบบใส และอยากทราบราคา เพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ เราได้รวบรวมช่วงราคาล่าสุดปี 2025 ของหลังแบบคาใสแต่ละรูปแบบไว้ให้แล้ว เพื่อให้เลือกวัสดุที่เหมาะกับงบประมาณ และลักษณะการใช้งานมากที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.ราคาแบบรายวัสดุ

  • ไฟเบอร์กลาส: เริ่มต้น 280 – 360 บาท/เมตร
  • โพลีคาร์บอเนต: เริ่มต้นประมาณ 300 บาท/เมตร
  • UPVC: โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 400 – 800 บาท/เมตร
  • อะคริลิก: มีราคาสูงถึง 1,500 – 3,000 บาท/แผ่น
  • กระจกลามิเนต: อยู่ที่ 2,000 – 5,000 บาท/ตร.ม.

2.ปัจจัยที่ทำให้ราคาเปลี่ยน

  • ความหนา: ยิ่งหนามาก ราคายิ่งสูง เพราะใช้วัตถุดิบมากขึ้น
  • ชนิดลอน: ลอนมาตรฐาน เช่น ลอนลูกฟูก ราคาถูกกว่าลอนพิเศษ เช่น ลอนโค้ง ลอนคู่ หรือแบบแผ่นเรียบ
  • ขนาดความยาว: แผ่นยาวพิเศษ เช่น 6-12 เมตร ราคาสูงกว่าแผ่นสั้นขนาดมาตรฐาน 2-3 เมตร เพราะต้องใช้วัตถุดิบต่อเนื่อง และขนส่งยาก
  • เกรดวัตถุดิบ: เกรดของวัตถุดิบก็มีผล ยกตัวอย่างแผ่นโพลีคาร์บอเนตที่ใช้วัตถุดิบรีไซเคิล จะมีราคาที่ถูกกว่า เพราะส่งผลต่อคุณภาพความใส และอายุการใช้งาน

3.เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด

  • เน้นป้องกันความร้อน: เลือกไฟเบอร์กลาส หรือ UPVC เพราะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้ดี และยังให้แสงสว่างผ่านเข้ามาในระดับเหมาะสม
  • เน้นความใส: หากต้องการความโปร่งใสสูง เห็นวิวด้านบนชัดเจน ให้เลือกโพลีคาร์บอเนต หรืออะคริลิก
  • ติดตั้งกันสาดบ้าน: ไฟเบอร์กลาส ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะทนแดด ทนฝน ไม่เหลืองง่าย และให้แสงสว่างนุ่มนวล
  • ติดตั้งกันสาดโรงรถ: แนะนำไฟเบอร์กลาส หรือ UPVC เนื่องจากแข็งแรง ทนความร้อน และรองรับสภาพอากาศกลางแจ้งได้ดี
  • ราคาประหยัด: ไฟเบอร์กลาส เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งด้านราคา การใช้งาน และความทนทาน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหลังคาคุณภาพดี มาติดตั้งบริเวณอาคารของคุณ ไม่ว่าจะเป็น โรงงาน คลังสินค้า สนามกีฬา หรือแม้แต่บ้านเรือน ขอแนะนำหลังคาโพลีคาร์บอเนต จากแอมเพิลไลท์ ซึ่งโดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การป้องกันรังสี UV ได้มากกว่า 99% รวมถึงทนทานต่อการกัดกร่อน และปลอดภัยจากการลามไฟ ทำให้สามารถปกป้องรถยนต์ได้ทุกรูปแบบ

วิธีเลือกหลังคาใสให้เหมาะสมกับพื้นที่

การเลือกหลังคาใสให้เหมาะสม ควรคำนึงถึงทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความทนทานต่อสภาพอากาศ และภาพลักษณ์โดยรวมของพื้นที่ โดยสามารถเลือกได้ตามคำแนะนำ ต่อไปนี้

  1. กันสาดบ้าน 

พื้นที่กันสาดหน้าบ้าน หรือหลังบ้านต้องเจอทั้งแดด และฝนโดยตรง การเลือกวัสดุที่ให้แสงผ่าน แบบนุ่มนวล ไม่ร้อนเกินไป และดูสวยงามเป็นสิ่งสำคัญ โดยวัสดุหลังคาที่แนะนำ ได้แก่

  • ไฟเบอร์กลาส: จุดเด่นคือให้แสงนุ่ม ไม่แสบตา ลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดี และไม่เหลืองง่าย จึงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับกันสาดบ้าน
  • โพลีคาร์บอเนต: เหมาะกับบ้านที่ต้องการความโปร่งใสทันสมัย ให้แสงผ่านมากกว่าไฟเบอร์กลาส แข็งแรงกว่าอะคริลิก แต่ควรเลือกเกรดดี ๆ เพื่อป้องกันปัญหาการเหลือง เมื่อใช้งานกลางแดดจัดเป็นเวลานาน
  1. กันสาดโรงรถ

พื้นที่โรงรถต้องการวัสดุที่แข็งแรง ทนแดด และลดความร้อนสะสม เพราะเป็นพื้นที่กึ่งกลางแจ้งที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศตลอดวัน โดยวัสดุหลังคาที่แนะนำ ได้แก่

  • ไฟเบอร์กลาส: ช่วยลดความร้อนได้ดี ให้แสงผ่านกำลังพอดี เหมาะกับพื้นที่ใหญ่ที่ไม่ต้องการแสงจัดมาก
  • UPVC: มีคุณสมบัติเด่นด้านการกันความร้อนและเสียงฝน สามารถช่วยลดอุณหภูมิพื้นโรงรถได้ดี เหมาะกับบ้านที่ต้องการวัสดุที่ดูเรียบ ทันสมัย และใช้งานทนทานในระยะยาว
  1. ครัวนอกบ้าน 

พื้นที่ภายในครัวมักมีควัน ไอน้ำ และความร้อนสูง จึงควรเลือกหลังคาที่ทนความชื้น ไม่ดูดซึมความร้อนมาก และทนต่อการสกปรกได้ดี โดยวัสดุหลังคาที่แนะนำ ได้แก่

  • ไฟเบอร์กลาส: เป็นวัสดุที่เหมาะที่สุดสำหรับครัวนอกบ้าน เพราะทนความร้อน ไม่เป็นสนิม ทำความสะอาดง่าย และให้แสงผ่านในระดับพอดี ช่วยให้ครัวสว่างโดยไม่ทำให้ร้อนเกินไป
  1. โซนรับแสงภายในบ้าน 

พื้นที่ภายในบ้าน เช่น โถงทางเดิน ห้องนั่งเล่น หรือมุมพักผ่อน ต้องการแสงธรรมชาติที่เพียงพอ เพื่อสร้างบรรยากาศโปร่ง สบาย และลดการใช้ไฟในเวลากลางวัน โดยวัสดุหลังคาที่แนะนำ ได้แก่

  • ไฟเบอร์กลาส: ให้แสงนุ่ม เหมาะกับโถงหรือพื้นที่ที่ไม่ต้องการแสงจ้า
  • โพลีคาร์บอเนต: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแสงสว่างมากขึ้น หรือชอบมุมโปร่งใสแบบโมเดิร์น
  • อะคริลิก: ให้ความใสที่สุด ให้แสงผ่านสูง ใกล้เคียงกระจก แต่มีน้ำหนักเบา เหมาะกับการทำสกายไลท์ที่เน้นความสวยงามระดับพรีเมียม

ตอบคำถาม หลังคาใส Ampelite ดีอย่างไร ? 

เมื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับหลังคาใสแต่ละประเภทแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่า หลังคาใสจาก Ampelite แตกต่างจากแบรนด์ทั่วไปในท้องตลาดอย่างไร และเหตุใดจึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสรุปจุดเด่นที่ทำให้แอมเพิลไลท์โดดเด่นกว่า ดังนี้

  • ผ่านมาตรฐานออสเตรเลีย AS/NZS 4256

ทุกแผ่นผลิตตามมาตรฐานจากออสเตรเลีย ช่วยการันตีคุณภาพด้านความแข็งแรง ความปลอดภัย และความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ที่หลากหลาย จึงมั่นใจได้ว่าหลังคาแต่ละแผ่น ได้มาตรฐานครบถ้วนก่อนติดตั้งจริง

  • อายุการใช้งานยาวนาน 15-20 ปี

ด้วยกระบวนการผลิตแบบเฉพาะของ Ampelite ทำให้วัสดุทนแดด ทนฝน ไม่เสื่อมสภาพง่าย ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และการเปลี่ยนหลังคาบ่อย ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนครั้งเดียวใช้งานได้ยาวนาน

  • ป้องกันรังสี UV ได้มากถึง 99%

หลังคาใส Ampelite เคลือบสารพิเศษที่ช่วยบล็อกรังสี UV ได้สูงถึง 99% ทำให้แสงที่ผ่านเข้ามาไม่ทำให้บ้านร้อนเกินไป อีกทั้งยังช่วยปกป้องเฟอร์นิเจอร์ พื้นไม้ หรือของใช้ต่าง ๆ ไม่ให้ซีดจางจากแสงแดด

  • แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ

แผ่นหลังคา มีโครงสร้างที่รองรับแรงกระแทกได้ดี ทนต่อการกร่อนจากฝนกรด ลมแรง หรืออุณหภูมิสูง เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในบ้าน โรงรถ เรือนกระจก และอาคารเชิงพาณิชย์

  • มีให้เลือกหลายสี และหลายระดับความโปร่งแสง

ตอบโจทย์งานดีไซน์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะต้องการหลังคาใสแบบโปร่งมาก โปร่งน้อย หรือเน้นการลดแสงจ้า Ampelite ก็มีให้เลือกครบ ทำให้สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งงานภายนอก และภายในอาคาร

แนะนำ 8 หลังคาใส จากแอมเพิลไลท์ รุ่นไหนน่าใช้บ้าง ?

หลังคาใสจากแอมเพิลไลท์ ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ตามเทคโนโลยีในการผลิต โดยแต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • Webglas

Webglas หลังคาใสระดับพรีเมียมที่โดดเด่นด้านความแข็งแรง ทนแรงกระแทกได้ดีมาก ทั้งยังสามารถทนทานต่อสารเคมีเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับอาคารที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ เช่น โรงเก็บเครื่องบิน โรงงานอุตสาหกรรม หรืออาคารต่าง ๆ ในบริเวณที่มีลมแรง เป็นต้น

  • WonderCool IR

WonderCool IR ถูกออกแบบมาเพื่อลดความร้อนโดยเฉพาะ สามารถสะท้อนรังสีอัลตราไวโอเลต และรังสีอินฟราเรด ด้วย Solar Nano Technology ทำให้พื้นที่ใต้หลังคาเย็นขึ้น อีกทั้งยังทนทานเป็นพิเศษ เหมาะกับอาคารที่มีระบบปรับอากาศ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารพาณิชย์ หรือโรงงานที่มีเครื่องจักรจำนวนมาก

  • Cool-Lite

Cool-Lite เน้นความโปร่งแสงสูง แต่ยังช่วยลดแสงจ้าได้ดี มีความสมดุลระหว่างความสว่าง และความเย็น อีกทั้งมีความทนทานยาวเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับอาคารที่ต้องการแสงสว่างจำนวนมาก แต่ไม่ร้อนจนเกินไป เช่น โรงยิม ห้างสรรพสินค้า หรือตลาดในร่ม 

  • Supra Glas

Supra Glas เน้นความแข็งแรงเหนือระดับ รองรับแรงกระแทกสูง และทนทานไม่น้อยกว่าหลังคาเหล็ก เหมาะกับอาคารที่ต้องการประหยัดพลังงานโดยใช้แสงธรรมชาติ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โกดังเก็บสินค้า หรือโรงเก็บเครื่องบิน

  • Chemblok

Chemblok เป็นรุ่นที่ทนทานการกัดกร่อนจากสารเคมี หรือจากสภาพวะแวดล้อมได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับโรงงานผลิต เช่น ปั๊มน้ำมัน หรือพื้นที่ที่มีไอสารเคมีรุนแรง หมดกังวลเรื่องแผ่นหลังคาเปราะ แตก หรือกร่อนจากการใช้งานในระยะยาว

  • Sealex Duragel

Sealex Duragel โดดเด่นด้วยชั้นเคลือบ DuraGel ช่วยให้ผิวหลังคาเรียบสวย ดูใหม่ได้นาน ลดคราบเหลือง และความหมองจากแสงแดด อีกทั้งยังเพิ่มความทนทาน ช่วยป้องกันมลภาวะจากภายนอกได้ดี เหมาะใช้กับอาคารทั่วไปที่ต้องการความสว่างกระจายแสงสม่ำเสมอ เช่น คลังสินค้า ทางเดินระหว่างตึก หรือสนามกีฬาในร่ม

  • TopLite Plus

TopLite Plus เป็นรุ่นสำหรับงานทั่วไปที่ต้องการความแข็งแรง เพราะแผ่นหลังคามีความแข็งแรงกว่าหลังคาใสทั่วไป 2 เท่า อีกทั้งทนทานด้านเทคโนโลยีฟิล์ม TopLite UV เหมาะกับการใช้งานกับอาคารที่ต้องการแสงสว่างภายใน เช่น โกดัง หรืออาคารโรงงาน

  • SL Fire Retardant

SL Fire Retardant ออกแบบมาเพื่อรองรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยจากไฟโดยเฉพาะ มีคุณสมบัติหน่วงไฟ ลดการลุกลาม เหมาะกับอาคารที่ต้องการความปลอดภัยสูง และลดอันตรายจากอัคคีภัย เช่น คลังเก็บสินค้า หรือห้างสรรพสินค้า

สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาวิธีเพิ่มความโดดเด่นให้กับอาคาร การติดตั้งแผ่นหลังคาใส ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทั้งในด้านความสวยงาม ฟังก์ชันการใช้งาน และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของโครงการโดยรวมให้ดูทันสมัยและน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำ แอมเพิลไลท์ กับรุ่น “Amperam” ที่มาพร้อม 2 ทางเลือก ได้แก่ AmpGLAZE (แอมเกรซ) และ AmpPAL (แอมพาว) ผลิตจาก Virgin Polycarbonate 100% โดยมีคุณสมบัติ เช่น แข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490

หลังคาใส ร้อนไหม

ร้อน เพราะหลังคาใสให้แสงธรรมชาติผ่านได้มาก จึงทำให้พื้นที่สว่างและโปร่ง แต่ ความร้อนก็สามารถผ่านเข้ามาได้

หลังคาใสแบบไหนทนแดดที่สุด

โพลีคาร์บอเนตทนแดดสูงที่สุด และป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% เมื่อเทียบกับความใสที่มอบให้

หลังคาใสแบบไหน เหมาะกับครัวนอกบ้าน

โพลีคาร์บอเนต ลดความร้อน และยังคงให้แสงผ่าน เหมาะกับครัวที่ต้องการความสว่างแต่ไม่ร้อนเกินไป

หลังคาไฟเบอร์กลาสใสระดับไหน

โดยทั่วไปไฟเบอร์กลาส ความใสอาจไม่เท่าโพลีคาร์บอเนต โดยไม่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ชัดเจน เพราะมีความขุ่น

Polycarbonate เหลืองจริงไหม

หากเลือกใช้โพลีคาร์บอเนตคุณภาพต่ำอาจ เหลืองเมื่อโดนแดดจัดเป็นเวลานาน

ไฟเบอร์กลาส และโพลีคาร์บอเนต ฝนตกใส่เสียงดังไหม

โพลีคาร์บอเนต เสียงฝนตกค่อนข้างดัง เนื่องจากเป็นวัสดุแข็งและเบา ในส่วนไฟเบอร์กลาสใส เสียงเบากว่าโพลีคาร์บอเนตเล็กน้อย แต่ยังมีเสียงอยู่

BLOG RELEASE

AmpCell ฉนวนกันความร้อนไร้สารเคมี นวัตกรรมใหม่จากแอมเพิลไลท์

การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบริเวณหลังคา ถือเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ เพราะหากไม่ติดตั้งอาจทำให้เกิดผลกระทบต่าง

หลังคาโพลีคาร์บอเนต ต่อเติมช่องแสงให้อาคาร ช่วยเพิ่มแสงสว่าง

หากพูดถึงเทรนด์การตกแต่งอาคารในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าอาคารส่วนใหญ่ มักมีการเจาะช่องแสง

คุณสมบัติหลังคากันแดด สำหรับโรงงาน

หลังคา เป็นส่วนสำคัญของโรงงานที่ผู้ประกอบการทุกคนควรให้ความใส่ใจ ในการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม