หลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) เป็นวัสดุมุงหลังคาที่ผลิตจากแผ่นเหล็กเคลือบสังกะสีผสมอลูมิเนียม 55% (Zinc-Aluminium 55%) นำมาขึ้นรูปลอน เพื่อใช้งานในด้านต่าง ๆ ตามขนาดความหนาของลอน ซึ่งมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อน ระบายความร้อนได้ดี น้ำหนักเบา รั่วซึมยาก ทำให้แผ่นเมทัลชีทเป็นที่นิยมในการนำมามุงหลังคาอาคาร และโรงงานต่าง ๆ โดยเฉพาะกับโรงงานอุตสาหกรรม
สำหรับแผ่นเมทัลชีทที่เลือกใช้กับโรงงานอุตสาหกรรม จะเลือกใช้ขนาดที่มีความหนา 0.40-0.50 และมีระยะแปไม่เกิน 1.5 เมตร เนื่องจากมีความแข็งแรง และทนทานต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งในวันนี้ Ampelite จะมาแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกหลังคาสำหรับโรงงาน ว่ามีให้เลือกกี่แบบ พร้อมคำแนะนำในการติดตั้งหลังคาโรงงานอุตสาหกรรม ตามไปอ่านกันได้เลย
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
รูปแบบหลังคาเมทัลชีทสำหรับโรงงาน แบ่งตามระบบการติดตั้ง
สำหรับการแบ่งรูปแบบแผ่นเมทัลชีทที่ใช้ติดตั้งมุงหลังคาโรงงาน จะแบ่งตามระบบการติดตั้ง โดยแต่ละแบบมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ความสะดวกในการติดตั้ง การป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝน รวมไปถึงเรื่องของความสวยงามด้วย ซึ่งมีทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้
แบบระบบยิงสกรู (SELF DRILLING SCREW)
แผ่นเมทัลชีท ระบบยิงสกรู มีคุณสมบัติในการติดตั้งง่าย และสะดวก โดยสกรูจะยึดแผ่นเมทัลชีทติดกับโครงสร้างหลังคา มีความแข็งแรง ทนทาน โดยหัวสกรูสามารถเลือกสีให้กลมกลืนกับแผ่นเมทัลชีทได้ จึงเป็นที่นิยมใช้ติดตั้งหลังคาโรงงาน
แบบระบบยึดล็อก (KLIP-LOCK)
แผ่นเมทัลชีท ระบบยึดล็อก หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ระบบขบล็อก เหมาะกับหลังคาลอนสูง เป็นประเภทการติดตั้งหลังคาที่ป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และระบายน้ำฝนได้เป็นอย่างดี เป็นระบบที่ไม่ทำให้เห็นสกรูบนหลังคา จึงมีความสวยงาม และเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน
แบบระบบรีดตะเข็บ (SEAM-LOCK)
แผ่นเมทัลชีท ระบบรีดตะเข็บ จะใช้การยึดล็อกแผ่นเมทัลชีทลงกับขาคลิปล็อกด้วยเครื่องรีดตลอดแผ่น ทำให้ไม่มีรอยต่อ มักใช้ติดตั้งกับหลังคาลอนสูง ช่วยระบายน้ำฝน และป้องกันการรั่วซึมได้ดี ทั้งยังดูสวยสบายตา เพราะสกรูถูกซ่อนอยู่ด้านล่างแผ่นเมทัลชีท
การเลือกแบบแผ่นเมทัลชีท สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ควรคำนึงถึงผลลัพธ์หลังจากการติดตั้งเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาน้ำรั่วซึม ที่อาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ หรือเครื่องจักรในโรงงานได้รับความเสียหาย รวมไปถึงการระบายความร้อนได้ไม่ดี ซึ่งอาจลดทอนอายุการใช้งานเครื่องจักร ส่วนความสะดวกในการติดตั้งถือเป็นผลพลอยได้ของช่างผู้ติดตั้ง ซึ่งอาจจะให้ความสำคัญเป็นอย่างสุดท้าย
เปรียบเทียบความหนาแผ่นเมทัลชีท แต่ละรูปแบบมีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไร ?
| ความหนาของแผ่นเหล็ก (BMT/TCT) | ข้อดี | ข้อเสีย | ความทนทานต่อการเกิดสนิม |
| 0.20 – 0.30 มม. | ราคาประหยัดที่สุด เหมาะกับงานชั่วคราว งานฝาผนัง หรือรั้วกั้นพื้นที่ชั่วคราว | บางมาก รับน้ำหนักได้ต่ำ บิดงอง่าย ไม่เหมาะกับงานหลังคาหลัก | ต่ำที่สุด เสี่ยงต่อการเกิดสนิมเร็วกว่าปกติ อายุการใช้งานสั้น |
| 0.35 มม. | น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย เหมาะกับงานขนาดเล็ก เช่น กันสาด หรือหลังคาโรงเรือน | ไม่เหมาะกับโครงสร้างที่มีระยะแปห่าง หรือติดตั้งในพื้นที่ลมแรง | ปานกลาง หากเลือกสารเคลือบ AZ70 หรือ AZ90 จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ดีขึ้น |
| 0.40 มม. | แข็งแรง ทนทาน เหมาะกับหลังคาบ้านพักอาศัย หรือการต่อเติมทั่วไป | ราคาสูงกว่าความหนาทั่วไป ต้องคำนวณระยะแปรองรับให้เหมาะสม | ดีมาก มักนิยมใช้ร่วมกับชั้นเคลือบ AZ100 ขึ้นไป ทนต่อการกัดกร่อนได้ยาวนาน |
| 0.47 มม. | หนาพิเศษ ทนแรงลม แรงกระแทก และรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม เหมาะกับอาคารพาณิชย์ หรือโรงงาน | น้ำหนักมากที่สุด โครงสร้างอาคารต้องแข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักเหล็ก | สูงสุด ป้องกันการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม มีอายุการใช้งานยาวนาน 15-20 ปีขึ้นไป (เมื่อใช้ร่วมกับชั้นเคลือบสารกันสนิมมาตรฐานสูง) |
รู้จักประเภทลอนหลังคาเมทัลชีท ก่อนตัดสินใจติดตั้ง
การติดตั้งแผ่นเมทัลชีท หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะของรูปลอนและการติดตั้ง ดังนี้
- ลอนเมทัลชีทระบบยึดสกรู (Bolt-on): รูปลอนมาตรฐานแบบดั้งเดิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ยึดแผ่นหลังคาเข้ากับแปด้วยการเจาะสกรูทะลุหลังคา ติดตั้งง่าย รวดเร็ว และราคาประหยัด เหมาะกับงานทั่วไป
- ลอนคลิปล็อค (Clip-Lock): ระบบหลังคาที่ยึดแผ่นด้วยตัวคลิป (Connector) ที่ยึดติดกับแปก่อน แล้วจึงกดแผ่นหลังคาล็อกเข้ากับตัวคลิป ซ่อนแนวสกรูไว้ด้านล่าง ช่วยลดปัญหารอยรั่วซึมจากรูสกรูได้ดีเยี่ยมและให้ความสวยงามเรียบเนียน
- ลอนสแน็ปล็อค (Snap-Lock): ระบบหลังคาที่ออกแบบมาให้ติดตั้งง่าย โดยเจาะยึดสกรูที่ปีกแผ่นด้านหนึ่งเข้ากับแปโดยตรง จากนั้นใช้อีกแผ่นมากดล็อก (Snap) ปิดทับรอยสกรูของแผ่นแรกไปเรื่อย ๆ ช่วยซ่อนหัวสกรู ป้องกันน้ำรั่วซึมได้ดี และให้ลอนที่ดูโมเดิร์นทันสมัย
ปัจจัยในการเลือกติดตั้งแผ่นเมทัลชีทสำหรับโรงงาน
การเลือกใช้งานติดตั้งหลังคาเมทัลชีทสำหรับโรงงาน ควรคำนึงถึง 4 ปัจจัยต่อไปนี้ เพื่อให้โครงสร้างของโรงงานอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ได้แก่
ความคุ้มค่า
ความคุ้มค่า ถือเป็นเรื่องสำคัญข้อแรกในการเลือกติดตั้งเมทัลชีทของโรงงานต่าง ๆ เพราะความแข็งแรงทนทานของโครงสร้างโรงงานจะช่วยลดต้นทุนในการบำรุงรักษา อีกทั้งในปัจจุบันแผ่นเมทัลชีทก็มีราคาไม่แพง มาพร้อมกับคุณสมบัติที่เข้ากับโครงสร้างของโรงงาน จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ผู้ประกอบการหลายคนนำมามุงติดตั้งเป็นหลังคา
กิจกรรมภายใน
ประเด็นต่อมาที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือกิจกรรมภายในโรงงาน เพราะพนักงานจากหลายส่วนต้องทำงานภายใต้หลังคา หากเลือกวัสดุมุงหลังคาที่ไม่ช่วยระบายความร้อน อาจทำให้พนักงานมีอาการเหนื่อยล้า และรู้สึกอึดอัดระหว่างทำงาน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ที่อาจลดลง และไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่องค์กรตั้งไว้ ดังนั้นการเลือกใช้แผ่นเมทัลชีทที่ระบายอากาศได้จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาร่วมด้วย
ปริมาณความร้อน
หากในส่วนของโรงงานมีอาคารสำนักงานตั้งอยู่ภายในร่วมด้วย แน่นอนว่าต้องมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศตามมา ดังนั้น การเลือกติดตั้งหลังคาที่มีการระบายอากาศได้ดี ไม่สะสมความร้อน จะช่วยให้ประหยัดพลังงานในการใช้ไฟฟ้า ไม่ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักจนเกินไป และช่วยลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น ซึ่งแผ่นเมทัลชีทที่มีคุณสมบัติในการคลายความร้อนได้ดีจึงเป็นทางเลือกที่เจ้าของโรงงานหลายคนเลือกใช้
การระบายอากาศ
โครงสร้างของโรงงานที่ระบายอากาศได้ดี ไม่สะสมความร้อน จะช่วยยืดเวลาในการบำรุงรักษาเครื่องจักรให้ใช้งานได้นานมากขึ้น เนื่องจากเครื่องจักรบางประเภทต้องควบคุมให้อยู่ในอุณหภูมิที่ไม่ร้อน หรือเย็นเกินไป อีกทั้งการติดตั้งมุงหลังคาโรงงานที่ดี ต้องป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝนไม่ให้หยดลงมาสัมผัสกับเครื่องจักร เพื่อป้องกันการเกิดสนิม ดังนั้นการติดตั้งหลังคาที่มีคุณสมบัติระบายความร้อนได้ดี และป้องกันการรั่วซึมได้สูง นับว่าเป็นตัวเลือกการติดตั้งหลังคาโรงงานที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญด้วย
เสริมความแกร่งให้โรงงาน ด้วยหลังคาไฟเบอร์กลาส
แม้แผ่นเมทัลชีทจะมีคุณสมบัติครบถ้วนตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ หรือเจ้าของโรงงาน ทว่าโครงสร้างโรงงานที่ติดตั้งด้วยเมทัลชีทอย่างเดียว อาจไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับโรงงานบางประเภท โดยเฉพาะโรงงานที่มีการใช้งานผลิตภัณฑ์สารเคมีในปริมาณมาก ที่อาจทำให้หลังคาเป็นสนิม และเกิดปัญหารั่วซึม จึงต้องได้รับการบำรุงรักษาทุก ๆ 3-5 ปี ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนระยะยาว
ดังนั้น เราขอแนะนำว่าควรติดตั้งแผ่นเมทัลชีทควบคู่ไปกับหลังคาไฟเบอร์กลาสจาก Ampelite เพื่อประสิทธิภาพของโครงสร้างโรงงานที่ยอดเยี่ยม โดยหลังคาไฟเบอร์กลาสของ Ampelite มีให้เลือกหลากหลายรุ่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น รุ่นหลังคาที่สะท้อนความร้อนได้ดี แต่ยังให้แสงสว่างได้ทั่วถึงอย่าง รุ่นวันเดอร์คูล ไออาร์ (WONDERCOOL IR) ที่มีประสิทธิภาพในการให้แสงส่องผ่านได้มากถึง 44% ในขณะที่ความร้อนส่งผ่านได้เพียง 20.2% เท่านั้น
หรือหลังคาไฟเบอร์กลาส รุ่น เคมบล็อค (ChemBlock) ที่ทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมีได้ดี ลดปัญหาหลังคารั่วซึมเพราะเป็นสนิม เหมาะกับโรงงานที่มีการใช้งานสารเคมี เช่น โรงงานผลิตปุ๋ย โรงงานผลิตเกลือ โรงงานหลอมโลหะ โรงงานผลิตเยื่อกระดาษ โรงงานแปรรูปยาง โรงงานฟอกหนัง หรือแม้แต่โรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ติดกับทะเล แถมยังรับประกันนานสูงสุด 20 ปี คุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม 6 เหตุผล ทำไมหลังคาไฟเบอร์กลาส ถึงเหมาะกับห้างสรรพสินค้า ?
อย่างไรก็ดี สำหรับหลังคาไฟเบอร์กลาส รุ่น เคมบล็อค เป็นนวัตกรรมหลังคาที่พัฒนามาจากหลังคาเมทัลชีท และยังคงเอกลักษณ์เดิม ไม่ว่าจะเป็น น้ำหนักที่เบากว่าหลังคาประเภทอื่น และความสะดวกสบายในการติดตั้ง แต่เพิ่มข้อดีในเรื่องของการเก็บเสียง แม้ฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ไม่รบกวนผู้ที่อยู่ใต้หลังคา อีกทั้งยังระบายความร้อนได้ดี แต่ให้แสงสว่างจากธรรมชาติได้เต็มที่ และทนทานสารเคมี ทำให้อายุการใช้งานนานกว่าเมทัลชีท จึงนับว่าเป็นตัวเลือกในการติดตั้งหลังคาสำหรับโรงงานที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
หากสนใจติดตั้งหลังคาไฟเบอร์กลาสจาก Ampelite สามารถติดต่อได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490