การก่อสร้างอาคาร โรงงาน คลังสินค้า ตลอดจนการต่อเติมบ้านพักอาศัยและโรงจอดรถ “วัสดุมุงหลังคา” ถือเป็นองค์ประกอบทางวิศวกรรมสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุด เพราะต้องทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการปกป้องอาคารจากแสงแดดจัด ลมพายุ และฝนตกหนักตลอดทั้งปี
ในปัจจุบัน หลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นวัสดุมุงหลังคายอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย เข้ามาปฏิวัติงานก่อสร้างอาคารที่เคยพึ่งพาแต่กระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องลอนคู่ อย่างไรก็ตาม ผู้รับเหมา สถาปนิก หรือเจ้าของบ้านหลายท่านอาจยังมีข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้ว แผ่นเหล็กรีดลอนเมทัลชีทมีกี่แบบ แตกต่างจากหลังคาเหล็กดำหรือสังกะสีรุ่นเก่าอย่างไร สเปกความหนาควรเลือกแบบไหน และหากนำไปเปรียบเทียบกับหลังคากระเบื้องแบบดั้งเดิม วัสดุชนิดใดจะตอบโจทย์ความคุ้มค่าในระยะยาวได้มากกว่ากัน
ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมระบบหลังคา และแผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสมาตรฐานสากล ได้รวบรวมคู่มือสรุปข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับหลังคาเหล็กเมทัลชีท เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจเลือกใช้และออกแบบระบบหลังคาได้อย่างถูกต้อง คุ้มค่า และยั่งยืนที่สุด
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
หลังคาเมทัลชีท คืออะไร? ทำไมจึงเป็นวัสดุมุงหลังคายอดนิยม
หลังคาเมทัลชีท (Metal Sheet) หรือแผ่นเหล็กรีดลอน คือ แผ่นเหล็กกล้าคาร์บอนคุณภาพสูงที่นำมาผ่านกระบวนการรีดเย็น เพื่อขึ้นรูปเป็นลอนลูกฟูกหลากหลายดีไซน์ โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้เมทัลชีทมีความทนทานยาวนาน คือการเคลือบผิวด้วยสารป้องกันสนิม “อะลูซิงค์ (Aluzinc)” ซึ่งเป็นโลหะผสมระหว่าง อลูมิเนียม 55%, สังกะสี 43.4% และซิลิคอน 1.6%
โดยทั่วไป แผ่นเมทัลชีทเกรดมาตรฐานสากลจะใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูง Grade G550 ทำให้แผ่นมีความแข็งแกร่ง ไม่ยวบยาบ รับน้ำหนักและต้านทานแรงลมพายุได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีรุ่นเคลือบสีสำเร็จรูปหลากหลายเฉดสี ซึ่งนวัตกรรมในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้ผสานเทคโนโลยีสะท้อนความร้อน ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนก่อนเข้าสู่ตัวอาคาร
ทำไมเมทัลชีท จึงพัฒนาขึ้นมาแทนที่เหล็กดำและสังกะสี ?
ผู้บริโภคหลายท่านมักสับสนระหว่างคำว่า “หลังคาเหล็ก, แผ่นสังกะสี และเมทัลชีท” ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และเหตุผลอะไรเมทัลชีทจึงกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของอาคารยุคนี้
- หลังคาเหล็กดำรุ่นดั้งเดิม: ในอดีตแผ่นเหล็กธรรมดาไม่มีการเคลือบชั้นป้องกันสนิม เมื่อสัมผัสกับออกซิเจน และความชื้นในอากาศ จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกลายเป็นสนิมเหล็กสีส้มแดงอย่างรวดเร็ว แผ่นเหล็กจะผุกร่อนจนทะลุเป็นรู และมีน้ำหนักมากเกินไป จึงไม่เหมาะสำหรับงานมุงหลังคาถาวร
- แผ่นสังกะสีรุ่นเก่า: เป็นการนำแผ่นเหล็กไปชุบโลหะสังกะสี เพื่อเป็นเกราะป้องกัน แม้จะกันสนิมได้ระดับหนึ่ง แต่ชั้นเคลือบสังกะสีบริสุทธิ์ จะเสื่อมสภาพเร็วเมื่อเจอน้ำฝนที่เป็นกรดอ่อน ๆ หรือไอเค็ม ผิวสังกะสีจะหลุดร่อน เกิดสนิมแดง และผุกรอบภายในเวลา 3–5 ปี อีกทั้งแผ่นมักมีความบาง ย้วยง่าย และมีเสียงดังมากเมื่อฝนตก
- หลังคาเมทัลชีท: ถือเป็นวิวัฒนาการที่แก้จุดบกพร่องของทั้งเหล็กดำและสังกะสีอย่างสิ้นเชิง ด้วยคุณสมบัติของโลหะผสม 3 ชนิด
- อลูมิเนียม 55%: ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแบบปิดกั้นถาวร ป้องกันน้ำและออกซิเจนเข้าถึงเนื้อเหล็ก
- สังกะสี 43.4%: ทำหน้าที่ปกป้องแบบสละชีพ ป้องกันสนิมตามแนวขอบตัดและรูเจาะสกรู
- ซิลิคอน 1.6%: ช่วยประสานให้ชั้นเคลือบอะลูซิงค์ยึดเกาะกับเนื้อเหล็กอย่างเหนียวแน่น ไม่แตกร่อนเวลานำไปรีดลอนโค้ง
สรุป เมทัลชีทเคลือบอะลูซิงค์มีคุณสมบัติต้านทานสนิม และการกัดกร่อนมากกว่าแผ่นสังกะสีทั่วไป 4–5 เท่า มีอายุการใช้งานยาวนาน 15–20 ปี น้ำหนักเบา และสั่งตัดความยาวได้ตามโครงสร้างจริง
เทียบความแตกต่าง หลังคาเหล็กรีดลอน vs หลังคากระเบื้องคอนกรีต
ด้วยคุณสมบัติเด่น ที่เอื้อต่อสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ทำให้แผ่นเหล็กรีดลอนได้รับความนิยมเข้ามาทดแทนหลังคากระเบื้องคอนกรีตแบบเดิม โดยเราสามารถเปรียบเทียบข้อแตกต่างของวัสดุทั้งสองประเภทให้เห็นภาพชัดเจน ดังนี้
| คุณสมบัติการเปรียบเทียบ | หลังคาเมทัลชีท | หลังคากระเบื้องคอนกรีต |
|---|---|---|
| น้ำหนักวัสดุ | แนะนำ น้ำหนักเบา ช่วยลดต้นทุนโครงสร้างเหล็ก และฐานรากได้มาก | น้ำหนักมาก ต้องใช้โครงหลังคา เสา และคานที่แข็งแรงพิเศษ |
| ความกว้างยาวของแผ่น | ผลิตแผ่นยาวได้ตามต้องการ ช่วยลดปัญหารอยต่อระหว่างแผ่น | ขนาดแผ่นเล็กตายตัว ต้องนำมาเรียงปูซ้อนต่อกันเป็นจำนวนมาก |
| การป้องกันน้ำรั่วซึม | ป้องกันได้ดีเยี่ยม เนื่องจากมีรอยต่อน้อยมาก | มีโอกาสรั่วซึมตามรอยต่อได้ง่าย หากองศาความลาดเอียงไม่ได้มาตรฐาน |
| ความเร็วในการติดตั้ง | ติดตั้งรวดเร็ว หน้ากว้าง จบงานไว ช่วยประหยัดค่าแรงช่าง | ติดตั้งช้ากว่า เนื่องจากต้องมุงทีละแผ่น และใช้ช่างชำนาญการ |
| การสะสมและคายความร้อน | นำความร้อนเร็วแต่คายความร้อนได้ไวทันทีเมื่อสิ้นแสงแดด | เก็บและดูดซับความร้อนไว้ในเนื้อคอนกรีตหนา ทำให้บ้านอบอ้าวช่วงค่ำ |
| องศาความลาดชันต่ำสุด | มุงหลังคาลาดเอียงต่ำสุดได้ถึง 2 องศา (ขึ้นอยู่กับรุ่นลอน) | ต้องการความลาดเอียงสูง (ไม่ต่ำกว่า 25–40 องศา) |
เจาะลึกประเภทของหลังคาเมทัลชีท และการใช้งาน
รูปลอนของหลังคาเหล็กเมทัลชีทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความลาดเอียง และปริมาณการระบายน้ำฝนที่แตกต่างกัน โดยลอนยอดนิยมในปัจจุบัน มีดังนี้
- ลอนมาตรฐาน: ลอนมาตรฐานยอดนิยม มีความสูงลอนประมาณ 24–30 มม. ติดตั้งด้วยการยิงสกรูยึด เหมาะสำหรับหลังคาบ้านพักอาศัย โรงจอดรถ และกันสาดทั่วไป ราคาประหยัด ติดตั้งง่าย รองรับสโลปตั้งแต่ 5 องศาขึ้นไป
- ลอนคลิปล็อก: ลอนสันสูงพิเศษ (ประมาณ 39–41 มม.) พัฒนาขึ้นเพื่อขจัดปัญหาน้ำรั่วซึม โดยใช้การกดล็อกแผ่นเข้ากับขาคลิปแทนการเจาะสกรูทะลุหน้าแผ่น รองรับความลาดเอียงต่ำสุดได้ถึง 2 องศา เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า และอาคารขนาดใหญ่
- ลอนสแน็ปล็อก และ Standing Seam: ลอนตะเข็บตั้งสูง ดีไซน์เรียบหรูสไตล์ยุโรป ยึดด้วยระบบล็อกไร้รอยเจาะสกรู นิยมใช้กับบ้านพักอาศัยสไตล์นอร์ดิก และโมเดิร์นร่วมสมัย
- ลอนสเปน: รูปร่างลอนโค้งมนเลียนแบบกระเบื้องหลังคาลอนคู่หรือกระเบื้องซีเมนต์ ให้มิติความสวยงามแบบคลาสสิก เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบลุคกระเบื้องแต่น้ำหนักเบา
- ลอนฝ้าเพดานและผนัง: ลอนตื้น ผิวหน้าเรียบเนียน ดีไซน์มาสำหรับงานกรุผนังภายนอก-ภายใน และงานฝ้าเพดานโดยเฉพาะ
หากคุณกำลังมองหาแผ่นหลังคาคุณภาพสูง สำหรับงานก่อสร้างหรือต่อเติมอาคาร ขอแนะนำ แอมเพิลไลท์ ผู้จัดจำหน่ายแผ่นหลังคาไฟเบอร์กลาส และแผ่นหลังคาโพลีคาร์บอเนตที่ได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายอุตสาหกรรม ด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล ช่วยยกระดับคุณภาพอาคาร ทั้งในด้านความแข็งแรง ความทนทาน และประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาว
วิธีเลือกความหนาแผ่นเมทัลชีท ให้เหมาะสมกับประเภทอาคาร
ความหนาของแผ่นเหล็ก ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงทนทาน และการต้านทานแรงลม ผู้สั่งซื้อต้องตรวจสอบหน่วยวัดความหนาให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการถูกลดสเปก
- BMT (Base Metal Thickness): ความหนาเฉพาะเนื้อเหล็กกล้าเปล่าดิบ เป็นค่าจริงที่วิศวกรใช้คำนวณการรับน้ำหนัก
- TCT (Total Coated Thickness): ความหนารวมหลังจากเคลือบโลหะอะลูซิงค์และเคลือบสีแล้ว (ค่า TCT จะมากกว่า BMT เสมอ)
เกณฑ์การเลือกความหนา (หน่วย TCT)
- ความหนา 0.30 – 0.35 มิลลิเมตร: เหมาะสำหรับงานชั่วคราว รั้วไซต์งาน หรือการต่อเติมส่วนเล็กๆ เช่น กันสาดขนาดเล็ก โรงรถ หรือครัวหลังบ้าน
- ความหนา 0.40 – 0.47 มิลลิเมตร: ความหนามาตรฐานและดีที่สุดสำหรับการมุงหลังคาบ้านพักอาศัยทั่วไป แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักช่างเดินตรวจสอบงานได้โดยไม่ยุบตัวหรือบุบเสียหาย
- ความหนา 0.50 มิลลิเมตรขึ้นไป: เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า อาคารช่วงพาดกว้าง หรือโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องต้านทานแรงลมปะทะสูงและต้องการความคงทนระดับสูงสุด

8 ข้อดี-ข้อเสียของหลังคาเมทัลชีท ที่กระเบื้องทำไม่ได้ พร้อมแนวทางแก้ไข
ข้อดี
- น้ำหนักเบา: ช่วยลดภาระโครงสร้างเหล็ก คาน และเสาเข็ม ประหยัดงบประมาณฐานรากภาพรวมได้ถึง 20-30%
- รอยต่อน้อยมาก: สามารถสั่งตัดแผ่นยาวตลอดแนว จากจั่วถึงชายคา มุงแผ่นยาวไร้รอยต่อแนวตั้ง ลดโอกาสการรั่วซึมของน้ำฝนได้อย่างเด็ดขาด
- ติดตั้งรวดเร็ว: แผ่นมีขนาดหน้ากว้าง และยาว ทำให้มุงเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ประหยัดค่าแรงช่าง และเวลาหน้างาน
- รองรับความชันต่ำได้ดี: สามารถมุงองศาลาดเอียงต่ำสุดได้ถึง 2 องศา ตอบโจทย์การดีไซน์บ้านโมเดิร์นทรงกล่อง (Low Slope)
- ดัดโค้งได้ง่าย: ตัวแผ่นเหล็กมีความเหนียว และยืดหยุ่นสูง สามารถดัดโค้งมนตามรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หลากหลายได้อิสระ
- คายความร้อนได้เร็ว: ระบายความร้อนทันที หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ไม่อมความร้อนไว้ในเนื้อวัสดุ ทำให้อากาศภายในอาคารเย็นลงอย่างรวดเร็วในตอนค่ำ
- ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน: ตัวแผ่นเหล็กถูกยึดโยงเข้ากับแปอย่างแน่นหนาด้วยระบบสกรู หรือคลิปล็อก ลดความเสี่ยงจากปัญหาแผ่นหลังคาแตก หรือปลิวหายเมื่อเจอพายุฝน
- ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย: นอกจากงานหลังคาแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ติดตั้งเป็นฝ้า เพดาน แผ่นผนังอาคารภายนอก และกันสาดได้อย่างสวยงามลงตัว
ข้อเสียและแนวทางการแก้ไข
แม้จะมีข้อดีรอบด้าน แต่แผ่นเหล็กรีดลอนก็มีข้อจำกัดทางกายภาพบางประการ ซึ่งสามารถเตรียมการแก้ไขตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้งได้ ดังนี้
- ปัญหาเสียงฝนตกกระทบและความร้อนสะสม: เนื่องจากแผ่นเมทัลชีทเป็นโลหะ จึงนำความร้อนและมีเสียงสะท้อนเวลาฝนตกหนัก
- แนวทางแก้ไข: ควรติดตั้งระบบฉนวนกันความร้อนคุณภาพสูง เช่น ฉนวนกันความร้อน AmpCell จากแอมเพิลไลท์ ซึ่งเป็นโฟมโพลีโอเลฟินส์เซลล์ปิด (IXPE) ช่วยป้องกันความร้อนได้ถึง 85–90% และช่วยซับเสียงฝนตกกระทบให้เงียบลง 10–15 เดซิเบล โครงสร้างเซลล์ปิดไม่อมน้ำ ไม่ยุบตัว ไม่ลามไฟ และรับประกันยาวนาน 12 ปี
อัปเดต ราคาหลังคาเมทัลชีท ต่อตารางเมตร ปี 2026
(หมายเหตุ: ราคาประเมินเบื้องต้นในท้องตลาดปี 2026 สำหรับแผ่นลอนมาตรฐาน ราคาจริงอาจปรับเปลี่ยนตามเกรดชั้นเคลือบ ยี่ห้อ และความผันผวนของราคาเหล็กโลก)
| ความหนา TCT | แผ่นเปล่าเคลือบอะลูซิงค์ | ติดฉนวน PE | ติดฉนวน PU Foam 1 นิ้ว |
|---|---|---|---|
| 0.30 มม. | 90–120 บาท/ตร.ม. | 130–170 บาท/ตร.ม. | 210–270 บาท/ตร.ม. |
| 0.35 มม. | 110–140 บาท/ตร.ม. | 150–200 บาท/ตร.ม. | 230–300 บาท/ตร.ม. |
| 0.40 มม. | 140–180 บาท/ตร.ม. | 180–230 บาท/ตร.ม. | 260–340 บาท/ตร.ม. |
| 0.47 มม. | 170–220 บาท/ตร.ม. | 210–270 บาท/ตร.ม. | 290–380 บาท/ตร.ม. |
ส่งประเภทอาคาร ขนาดพื้นที่ และรูปหน้างานให้ทีม Ampelite ช่วยดูแนวทางเบื้องต้น
วิธีการติดตั้ง และระบบยึดหลังคา ป้องกันน้ำรั่วซึมระยะยาว
การยึดแผ่นเหล็กเข้ากับโครงสร้างหลังคานิยมใช้ 2 ระบบหลัก ซึ่งมีข้อดี และข้อควรระวังที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น
- ระบบยึดด้วยสกรู (Bolt System): ใช้สกรูปลายสว่านเจาะยึดทะลุหลังคาลงสู่แปเหล็กโดยตรง เป็นระบบมาตรฐานที่ประหยัดและติดตั้งง่าย แต่ต้องเลือกใช้สกรูเกรดทนสนิม (Class 3 หรือ 4) พร้อมแหวนยาง EPDM แท้ และขันแน่นในระดับพอดีเพื่อป้องกันแหวนยางฉีกขาด
- ระบบคลิปล็อกไร้รอยเจาะ: ติดตั้งโดยยึดแผ่นเข้ากับขาคลิป Connector ใต้แผ่น ไม่มีรูเจาะสกรูบนหน้าหลังคา ช่วยตัดปัญหาน้ำรั่วซึมตามรูสกรูได้ 100% เหมาะสำหรับอาคารโรงงาน คลังสินค้า และหลังคาสโลปต่ำ
ยกระดับระบบหลังคาเมทัลชีท ด้วยแผ่นโปร่งแสงประหยัดพลังงานจาก แอมเพิลไลท์
แม้แผ่นเมทัลชีท จะมีความแข็งแรงทนทาน แต่มุงด้วยแผ่นทึบแสงทั้งหมดจะทำให้อาคารมืดทึบ ต้องเปิดไฟแสงสว่างตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น แนวทางแก้ไขที่สถาปนิกและวิศวกรนิยมใช้ คือการติดตั้งแผ่นหลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส (FRP Skylight) สลับร่วมกับแผ่นเมทัลชีท
แม้ แอมเพิลไลท์ จะไม่ได้เป็นผู้ผลิตแผ่นเหล็กเมทัลชีท แต่เราคือผู้นำระดับโลกด้านการผลิตแผ่นหลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูง โดยออกแบบโปรไฟล์ลอนให้ตรงกับ “ลอนเมทัลชีทมาตรฐานทุกแบรนด์ในท้องตลาด” ทำให้สามารถมุงซ้อนทับประกบข้างได้อย่างแนบสนิท ไม่เกิดช่องว่าง และป้องกันการรั่วซึมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ผลิตภัณฑ์แนะนำจาก แอมเพิลไลท์
- รุ่น COOL-LITE: แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสพรีเมียม มาตรฐานออสเตรเลีย ให้แสงสว่างธรรมชาติกระจายสม่ำเสมอทั่วอาคาร ลดความร้อนสะสม เหมาะสำหรับโรงงาน โกดัง และสนามกีฬา
- รุ่น WONDERCOOL IR: นวัตกรรมสะท้อนรังสีอินฟราเรด (IR) สกัดกั้นคลื่นความร้อนได้สูงสุด ให้แสงสว่างธรรมชาติสบายตาโดยไม่นำพาความร้อน เหมาะสำหรับอาคารที่ต้องการประหยัดพลังงานสูงสุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: หลังคาเมทัลชีท ความหนา 0.47 มม. ดีไหม?
ดีมาก ถือเป็นระดับความหนามาตรฐานสูงสุดและแนะนำสำหรับมุงหลังคาบ้านพักอาศัยถาวร ให้ความแข็งแรงคุ้มค่า เดินตรวจงานได้ปลอดภัย และราคาไม่สูงจนเกินไป
Q: แผ่นเมทัลชีท มีอายุการใช้งานกี่ปี?
โดยทั่วไปมีอายุการใช้งานยาวนาน 15-20 ปี ขึ้นอยู่กับเกรดของชั้นเคลือบอะลูซิงค์ เช่น สเปกเกรดสูงอย่าง AZ150 จะป้องกันสนิมและใช้งานได้ยาวนานกว่าเกรดต่ำอย่าง AZ70
Q: เลือกซื้ออย่างไรให้ได้ของแท้ คุณภาพดี?
ควรสังเกตตราปั๊มแบรนด์ สเปกความหนาที่ระบุชัดเจน โดยแยกสเปก BMT/TCT ชัดเจนบนท้องแผ่นเหล็ก และเลือกซื้อจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือพร้อมมีการรับประกันสินค้า
สร้างระบบหลังคาที่สมบูรณ์แบบร่วมกับ แอมเพิลไลท์
การสร้างหลังคาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่แค่การเลือกแผ่นเหล็กเมทัลชีทที่ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการป้องกันความร้อน-เสียง และการนำแสงสว่างธรรมชาติเข้ามาใช้งานอย่างลงตัว การติดตั้งแผ่นเมทัลชีทควบคู่กับ ฉนวนกันความร้อน AmpCell และ แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส Ampelite จึงเป็นโซลูชันที่ช่วยให้อาคารเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน และใช้งานได้อย่างคุ้มค่ายาวนาน
หากผู้ประกอบการ หรือวิศวกรโครงการท่านใดต้องการคำแนะนำในการออกแบบช่องแสงสกายไลท์ และการเลือกแผ่นหลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสที่เข้าคู่กับลอนหน้างานได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ แอมเพิลไลท์ ได้ผ่านทางช่องทางติดต่อศูนย์บริการได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490