082 782 6774 ampelitemkt marketing@ampelite.co.th

สำรวจ หลังคา มีกี่ประเภท ? รู้ก่อนสร้างเพื่อดีไซน์ที่ลงตัว

หลังคา

หลังคา เป็นองค์ประกอบสำคัญของอาคารทุกรูปแบบ ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความสวยงามให้กับดีไซน์ แต่ยังทำหน้าที่ปกป้องภายในจากสภาพอากาศรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ฝนตก แสงแดด ความร้อน หรือแรงลม ทำให้การเลือกประเภทที่เหมาะสม จึงเป็นรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้าน หรืออาคารต่าง ๆ ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์ จะพาไปสำรวจว่าหลังคามีกี่ประเภท แต่ละแบบมีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างไร หากพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

หลังคา

หลังคา คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร

หลังคา (Roof) คือ ส่วนที่อยู่ด้านบนสุดของอาคาร มีหน้าที่สำคัญในการปกป้องพื้นที่ภายในจากสิ่งภายนอก ไม่ว่าจะเป็น สภาพอากาศที่แปรปรวน แสงแดดที่ร้อนแรง ฝน ลม รวมไปถึงสิ่งสกปรก หรือฝุ่นละอองต่าง ๆ อีกทั้งหลังคายังช่วยสร้างความสวยงาม และเสริมเอกลักษณ์ให้กับตัวอาคาร ทำให้สิ่งปลูกสร้างดูมีมิติ และโดดเด่นมากขึ้น

หลังคา

เช็กลิสต์ 9 ประเภททรงหลังคา มีอะไรบ้าง พร้อมบอกข้อดี-ข้อเสีย

การดีไซน์หลังคาแต่ละประเภท ถูกออกแบบมา เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ดังนั้น การเลือกรูปแบบที่เหมาะสม จึงต้องคำนึงถึงทั้งความสวยงาม และฟังก์ชันการใช้งาน โดยรายละเอียดข้อดี – ข้อเสีย ของแต่ละประเภท มีดังนี้

  1. หลังคาทรงจั่ว

ทรงจั่ว (Gable Roof) เป็นรูปแบบที่มีความคลาสสิก สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ลักษณะเด่น คือด้านหน้ามีรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วทอดยาวตลอดแนวโครงสร้าง โดยโครงทั้งสองข้างจะลาดเอียงขึ้นไปชนกันที่ปลายด้านบนสุด ทำให้เกิดดีไซน์ทรงจั่ว

  • ข้อดีทรงจั่ว: ช่วยให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทได้สะดวก สามารถกระจายความร้อนออกสู่ภายนอก อีกทั้งความลาดชัน ยังช่วยให้น้ำฝนไหลลงได้รวดเร็ว ลดปัญหาน้ำขัง
  • ข้อเสียทรงจั่ว: บริเวณหน้าจั่วมีโอกาสเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก เนื่องจาก ฝนมักสาดกระทบตรงเข้าด้านหน้าของหลังคา
  1. หลังคาทรงปั้นหยา

ทรงปั้นหยา (Hip Roof) เป็นอีกหนึ่งรูปแบบยอดนิยมที่พบเห็นได้บ่อยในบ้านสมัยใหม่ มีลักษณะเป็นทรงเหลี่ยมทั้ง 4 ด้านลาดเอียงเข้าหากัน ครอบคลุมพื้นที่รอบทิศทาง จึงให้ความรู้สึกมั่นคง และแข็งแรง แต่ความลาดชันของหลังคาจะต่ำกว่ารูปแบบทรงจั่ว 

  • ข้อดีทรงปั้นหยา: สามารถป้องกันแดด และฝนได้รอบทิศทาง ช่วยลดปัญหาการรั่วซึมตามแนวตะเข็บ ทั้งยังทนต่อแรงลมได้ดีกว่าหลังคาทรงอื่น ๆ จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแปรปรวน
  • ข้อเสียทรงปั้นหยา: การระบายความร้อนภายในบ้าน อาจไม่ดี เนื่องจาก โครงสร้างที่ปิดครอบคลุมหลายด้าน ทำให้การถ่ายเทอากาศค่อนข้างจำกัด
  1. หลังคาทรงมะนิลา

ทรงมะนิลา (Manila Roof) เป็นการดีไซน์การผสมผสานที่ลงตัว ระหว่างหลังคาทรงจั่วกับทรงปั้นหยา โดยด้านบนสุดจะมียอดจั่วเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่ส่วนล่างของหลังคาถูกออกแบบชายคายื่นยาว ให้ลาดเอียงปกคลุมทุกด้าน

  • ข้อดีทรงมะนิลา: เป็นการรวมข้อดีของทั้งสองแบบ ทำให้สามารถป้องกันแสงแดด และฝนได้รอบทิศ อีกทั้งยังช่วยระบายอากาศภายในบ้านได้ดีกว่าหลังคาทรงปั้นหยาทั่วไป
  • ข้อเสียทรงมะนิลา: เนื่องจาก โครงสร้างค่อนข้างซับซ้อน และมีหลายจุดเชื่อมต่อ หากก่อสร้างหรือดูแลไม่ดีพอ อาจเสี่ยงต่อการรั่วซึม โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก
  1. หลังคาทรงเพิงหมาแหงน

ทรงเพิงหมาแหงน (Lean-to Roof) เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในอาคาร หรือบ้านสไตล์โมเดิร์น มีลักษณะเฉพาะคือชายคาที่ยื่นออกมา และตัวหลังคาลาดเอียงไปในทิศทางเดียว ดีไซน์เรียบง่ายแต่ดูทันสมัย

  • ข้อดีทรงเพิงหมาแหงน: โครงสร้างติดตั้งง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาน้อย และประหยัดงบประมาณ สามารถบังแดด และลดความร้อนจากภายนอกได้ดี
  • ข้อเสียทรงเพิงหมาแหงน: หากออกแบบความลาดเอียงไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดปัญหาน้ำขัง และระบายน้ำฝนได้ไม่ดี
  1. หลังคาทรงแบน

ทรงแบน (Flat Roof) เป็นรูปแบบหลังคาที่มีลักษณะผิวราบเป็นแนวนอนทั้งหมด และไม่มีความลาดเอียง จึงให้ภาพลักษณ์ที่เรียบง่าย และเข้ากับการออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

  • ข้อดีทรงแบน: สามารถใช้พื้นที่ด้านบนได้อย่างคุ้มค่า เจ้าของบ้านสามารถดัดแปลงเป็นดาดฟ้า อีกทั้งการก่อสร้างมักใช้วัสดุน้อยกว่า ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย
  • ข้อเสียทรงแบน: เนื่องจากไม่มีความลาดเอียง ทำให้เสี่ยงต่อปัญหาน้ำขังเมื่อฝนตกหนัก หากระบบระบายน้ำไม่ดีพออาจเกิดการรั่วซึมได้ง่าย อีกทั้งหลังคาทรงแบนยังรับความร้อนจากแสงแดดโดยตรงตลอดทั้งวัน ทำให้ภายในบ้านร้อน
  1. หลังคาทรงปีกผีเสื้อ

ทรงปีกผีเสื้อ (Butterfly Roof) เป็นหลังคามีลักษณะคล้ายกับทรงเพิงหมาแหงน แต่ถูกออกแบบให้มีสองด้านลาดเอียงเข้าหากันตรงกลาง คล้ายกับปีกของผีเสื้อเมื่อกางออก 

  • ข้อดีทรงปีกผีเสื้อ: สามารถช่วยรองรับ และเก็บกักน้ำฝนได้ดี เนื่องจากน้ำจะไหลมาบรรจบกันตรงกลางของหลังคา เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการออกแบบระบบเก็บน้ำฝน
  • ข้อเสียทรงปีกผีเสื้อ: มีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง และติดตั้งสูงขึ้น อีกทั้งหากดูแลไม่ดีอาจเกิดปัญหาน้ำรั่วซึม ตรงจุดบรรจบของหลังคาได้ง่าย หรือในช่วงฝนตกหนักจนน้ำล้นช่องรางน้ำฝนได้
  1. หลังคาทรงโค้งกลม

ทรงโค้งกลม (Curved Roof) เป็นดีไซน์หลังคาให้มีลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลมคลุมตัวอาคาร โดยสามารถออกแบบชายคาให้สั้น หรือยาวตามความเหมาะสมของรูปแบบอาคาร และการใช้งาน

  • ข้อดีทรงโค้งกลม: มีรอยต่อน้อยกว่าหลังคาทรงอื่น ๆ จึงช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าสู่ตัวอาคาร และปัญหาน้ำไหลย้อนกลับ และลดการสะสมของน้ำ และการสะสมของเศษใบไม้
  • ข้อเสียทรงโค้งกลม: การติดตั้งต้องอาศัยความชำนาญของช่างเฉพาะทาง และมักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลังคาทรงมาตรฐานทั่วไป
  1. หลังคาทรงโดม

ทรงโดม (Dome Roof) เป็นหลังคาที่มีลักษณะโค้งเป็นทรงกลมรอบตัวอาคาร โดยฐานมักเป็นวงกลม และโครงสร้างแผ่นหลังคาด้านบน บรรจบกันที่จุดศูนย์กลางด้านบน ทำให้ตัวอาคารดูโดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  • ข้อดีทรงโดม: สามารถระบายน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้น้ำไม่ขังบนหลังคา ลดปัญหาการรั่วซึม อีกทั้งโครงสร้างทรงโดมช่วยกระจายน้ำหนักได้ดี
  • ข้อเสียทรงโดม: การซ่อมแซม หรือบำรุงรักษาทำได้ยาก เนื่องจากรูปทรงโค้งและวัสดุที่ใช้มักเฉพาะทาง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลสูง
  1. หลังคาทรงรูปตัวเอ็ม

ทรงรูปตัวเอ็ม (M Shaped Roof) เป็นรูปแบบหลังคาที่มีลักษณะคล้ายทรงจั่ว โดยมีความลาดเอียง ทั้งสองด้านมาบรรจบกันตรงกลางเป็นรูปตัว M ส่วนใหญ่นิยมในอาคารที่ต้องการเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เช่น ทาวน์โฮม หรือบ้านแฝด

  • ข้อดีทรงรูปตัวเอ็ม: ช่วยระบายน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสน้ำขังบนหลังคา และสามารถถ่ายเทอากาศได้ดี
  • ข้อเสียทรงรูปตัวเอ็ม: อาจพบเจอปัญหาเศษใบไม้ร่วงค้างระหว่างหลังคาได้ง่าย จนเกิดปัญหาการไหลของน้ำ จนเกิดการรั่วซึม

อ่านเพิ่มเติม: แนะนำ 5 วัสดุหลังคาโปร่งแสง พร้อมข้อดี และข้อเสีย

สำหรับ ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาแผ่นหลังคาคุณภาพสูงเพื่อปกคลุมอาคาร แนะนำผลิตภัณฑ์จาก ampelite แผ่นหลังคาที่ออกแบบด้วยความเข้าใจถึงความต้องการเฉพาะของโรงงาน และอาคารโครงสร้างขนาดใหญ่ ทั้งยังตอบโจทย์การใช้งานได้ครบทั้งรูปแบบทึบแสง และโปร่งแสง ทำให้สามารถเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับพื้นที่ พร้อมสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว

หลังคา

ส่อง 9 วัสดุมุงหลังคา มีอะไรบ้าง รู้ก่อนนำมาใช้ในงานก่อสร้าง

หลังจากได้รู้จักประเภทของหลังคาไปแล้ว วัสดุมุงหลังคาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน การเลือกวัสดุให้เหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้หลังคามีความทนทาน และใช้งานได้ยาวนาน โดยวัสดุมุงที่นิยมใช้ มีดังนี้

  • คอนกรีต

คอนกรีต เป็นวัสดุมุงหลังคาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมักใช้ในรูปแบบกระเบื้องคอนกรีต ผลิตจากซีเมนต์ผสมกรวด ทราย และน้ำ ทำให้มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกดทับ และสภาพอากาศรุนแรง สามารถขึ้นรูปเป็นแผ่นลอน หรือกระเบื้องได้หลากหลายดีไซน์ ทั้งแบบเรียบและแบบลอนเล็ก

  • สังกะสี

สังกะสีทำจากแผ่นโลหะเคลือบสังกะสี ผ่านกระบวนการชุบหรือจุ่มร้อน เพื่อป้องกันการเกิดสนิม จุดเด่นคือมีน้ำหนักเบา ติดตั้งสะดวก และราคาค่อนข้างประหยัด เหมาะกับงานก่อสร้างที่ต้องการความรวดเร็ว และลดน้ำหนักโครงสร้าง แต่ก็มีข้อเสีย คืออาจไม่ทนทานเท่ากับวัสดุอื่น ๆ และเมื่อฝนตกมักเกิดเสียงดัง

  • เมทัลชีท

หลังคาเมทัลชีท คืออะไร เมทัลชีท ผลิตจากแผ่นเหล็กรีดลอน ผสมระหว่างอะลูมิเนียม และสังกะสี ทำให้มีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อน น้ำหนักเบา และยืดหยุ่นสูง สามารถดัดโค้งหรือตัดแต่งตามรูปแบบอาคารได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีลอนให้เลือกหลายแบบ เช่น 3 สันลอน, 4 สันลอน หรือ 5 สันลอน จึงตอบโจทย์งานดีไซน์ที่หลากหลาย

  • อะคริลิก

อะคริลิกเป็นวัสดุโปร่งใส ผลิตด้วยกรรมวิธีการหล่อพลาสติกน้ำยา MMA (Methyl Methacrylate) ทำให้ขึ้นรูปตามดีไซน์ได้ง่าย มีความใสใกล้เคียงกระจก แต่ทนแรงกระแทกได้ดีกว่า ข้อดีคือให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้ เหมาะกับหลังคาโปร่งแสง

  • Fiberglass

ไฟเบอร์กลาส ผลิตจากเส้นใยแก้วผสมกับเรซิน ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นสูง โดยจุดเด่น คือ น้ำหนักเบา และติดตั้งง่าย อีกทั้งวัสดุชนิดนี้มีให้เลือกดีไซน์ ทั้งแบบโปร่งแสงและทึบแสง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการต่อเติมแบบไร้รอยต่อ

หลังคาไฟเบอร์กลาสคืออะไร และเหมาะกับงานแบบไหน →

  • ไฟเบอร์ซีเมนต์

ไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นวัสดุที่ผลิตจากการผสมซีเมนต์กับเส้นใยเสริมแรง ทำให้มีความแข็งแรงสูง ทนต่อความร้อน ความชื้น และไม่ลามไฟง่าย จุดเด่น คือมีอายุการใช้งานยาวนานและดูแลรักษาง่าย อีกทั้งยังมีลักษณะ และสีสันให้เลือกหลายแบบ ทำให้ดีไซน์ได้ตามต้องการ

  • PVC

PVC (Poly Vinyl Chloride) หรือหลังคาไวนิล เป็นแผ่นพลาสติกสังเคราะห์ที่มีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นสูง สามารถดัดโค้ง หรือติดตั้งตามโครงสร้างได้ง่าย จุดเด่นคือราคาประหยัด ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก

  • Polycarbonate

โพลีคาร์บอเนต ผลิตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพสูง ทำให้มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนแรงกระแทกได้มากกว่ากระจกหลายเท่า และยังคงความโปร่งใสคล้ายกระจก จุดเด่น คือมีน้ำหนักเบา และสามารถติดตั้งได้ง่าย มีให้เลือกทั้งแบบแผ่นตัน (Solid Polycarbonate) และแบบรังผึ้ง (Multiwall Polycarbonate)

  • เซรามิก

เซรามิก เป็นวัสดุที่ผลิตจากดินพิเศษ ผ่านกระบวนการอัดขึ้นรูปและเผาที่อุณหภูมิสูง จนได้เป็นกระเบื้องหลังคาที่แข็งแรง ทนต่อแดดและฝนได้ดี จุดเด่นของหลังคาเซรามิก คือมีความสวยงาม หรูหรา สีไม่ซีดจางง่าย และมีอายุการใช้งานยาวนาน

สำหรับ เจ้าของโรงงาน หรือผู้ประกอบการธุรกิจที่มีอาคารขนาดใหญ่ และกำลังมองหาแผ่นหลังคาจากวัสดุไฟเบอร์กลาส หรือโพลีคาร์บอเนต แอมเพิลไลท์ พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ด้วยดีไซน์หลากหลายและคุณสมบัติพิเศษเฉพาะ การันตีคุณภาพรับประกันการใช้งาน 20 – 30 ปี ตามรุ่นของหลังคา หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และติดต่อได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490

BLOG RELEASE

The Community Of Victoria Garden

ถ้าจะให้หยิบยกถึงเหตุผลในการก่อสร้างโครงการหนึ่งๆแล้วนั้น ไม่ว่าจจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็อาจจะดูแตกต่างหลากหลายกันออกไปบ้างก็เป็นไปด้วยความชื่นชอบตอสไตลงานออกแบบ

เปิดข้อดี! แผ่นไฟเบอร์กลาสตอบโจทย์อาคารทุกสไตล์ ง่ายต่อการขึ้นรูป

การเลือกหลังคาให้เหมาะสมกับอาคารประเภทต่าง ๆ แน่นอนว่าต้องคำนึงถึงความแข็งแรง

ฉนวนกันความร้อนแบบไหนเอาอยู่ ? เมื่อความร้อนทะลุเพดาน

ปัญหาความร้อนทะลุเพดาน เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากในประเทศไทย โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม