082 782 6774 ampelitemkt marketing@ampelite.co.th

ข้อควรรู้ ก่อนต่อเติมหลังคา ให้กับโรงงานสมัยใหม่

ในยุคที่เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โรงงานสมัยใหม่ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งการรักษาประสิทธิภาพ และเพิ่มการผลิตให้ทันตามความต้องการของตลาด ดังนั้น การติดตั้งหลังคาในโรงงาน จึงกลายเป็นหนึ่งในวิธีที่หลายโรงงานเลือกใช้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์ จะมาบอกข้อควรรู้ต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการต่อเติมหลังคาให้กับโรงงานสมัยใหม่ เพื่อให้คุณสามารถวางแผน และเริ่มมุงหลังคาได้อย่างปลอดภัย รวมถึงหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจตามมาในภายหลังได้  ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลย

ความท้าทายในการต่อเติมหลังคา กับเจ้าของโรงงานสมัยใหม่

การต่อเติมหลังคา มีความสำคัญในการช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน และเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับโรงงานสมัยใหม่ ทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บวัสดุ และอุปกรณ์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการติดตั้งหลังคา จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ยังมีปัญหา และความท้าทายที่ต้องพิจารณา หนึ่งในปัญหาสำคัญ คือการเลือกวัสดุของหลังคา เพราะหากเลือกวัสดุไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย และการบำรุงรักษาในระยะยาว นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงการออกแบบ ที่สอดคล้องกับโครงสร้างเดิมของโรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือปัญหาอื่น ๆ ได้

อีกทั้ง การหาช่างก่อสร้างที่มีความเชี่ยวชาญ ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายเพราะหากเลือกช่างที่มีประสบการณ์ และความชำนาญ ก็จะทำให้การต่อเติมหลังคาของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น และปลอดภัย นอกจากนี้ ยังต้องมีการตรวจสอบ และขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าการต่อเติมเป็นไปตามกฎหมาย และมาตรฐานที่กำหนด

4 ขั้นตอนการวางแผนที่ควรรู้ ก่อนเริ่มติดตั้งหลังคาโรงงาน

การต่อเติมหลังคาโรงงานให้เป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ เจ้าของโรงงานควรวางแผนอย่างรอบคอบก่อนเริ่มต้น โดยมีขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้

1. เลือกสไตล์หลังคา

การเลือกสไตล์หลังคาที่ใช่ และตอบโจทย์ควรพิจารณาจากปัจจัย ดังนี้

  • ประเภทของธุรกิจ และการใช้งาน: เช่น หลังคาโรงงานอุตสาหกรรมหนัก มักต้องการหลังคาที่มีความทนทาน มากกว่าโรงงานที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค
  • สภาพภูมิอากาศในพื้นที่: โดยควรเลือกวัสดุที่ทนต่อสภาพอากาศร้อน ฝนตกหนัก พายุมรสุม หรือการกัดกร่อนไอเกลือทะเล ตามลักษณะภูมิอากาศของท้องถิ่น
  • การระบายอากาศ และแสงสว่าง: โดยอาจติดตั้งช่องแสง หรือระบบระบายอากาศเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 
  • การสร้างภาพลักษณ์: ควรเลือกรูปแบบหลังคาที่เข้ากับอาคารเดิม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจได้
  • การประหยัดพลังงาน: ควรเลือกวัสดุที่ช่วยป้องกันความร้อน และประหยัดพลังงานในระยะยาว

2. ตรวจสอบข้อกำหนดของท้องถิ่น

ก่อนเริ่มติดตั้งหลังคา เจ้าของโรงงานควรศึกษากฎหมาย และข้อบังคับท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด เช่น

  • ขออนุญาตก่อสร้าง: เช่น การติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอใบอนุญาตก่อสร้าง และต่อเติมอาคาร
  • ตรวจสอบข้อจำกัดด้านความสูง: เนื่องจากบางพื้นที่ อาจมีข้อจำกัดเรื่องความสูงของอาคาร
  • มาตรฐานความปลอดภัย: เช่น ความปลอดภัยในการก่อสร้าง และการป้องกันอัคคีภัย
  • ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม: เช่น ตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดการน้ำฝน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน: ในการจ้างผู้รับเหมา และคนงานก่อสร้าง 

3. จัดหางบประมาณที่เหมาะสม

การวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบ จะช่วยให้โครงการไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็น

  • การประมาณการค่าใช้จ่าย
  • การคำนวณต้นทุนวัสดุ จากราคาวัสดุหลังคา และอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมด
  • ค่าแรง และระยะเวลาในการดำเนินงาน
  • เตรียมงบสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 10-20% สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
  • และแหล่งเงินทุน เช่น เงินสด สินเชื่อธุรกิจ หรือการเช่าซื้อ เป็นต้น

4. เลือกบริษัทรับเหมาที่มีคุณภาพ

การเลือกบริษัทรับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญ และน่าเชื่อถือ เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยพิจารณาง่าย ๆ ได้ดังนี้

  • ตรวจสอบประสบการณ์: โดยควรเลือกบริษัทรับเหมา ที่มีประสบการณ์ในการติดตั้งหลังคาโรงงานโดยเฉพาะ
  • มีใบอนุญาต และประกันภัย: ตรวจสอบว่าบริษัทนั้น ๆ มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง และประกันภัยรับผิดชอบหรือไม่
  • ผลงานที่ผ่านมา: โดยขอดูตัวอย่างผลงาน และติดต่อลูกค้าเก่าเพื่อสอบถามความพึงพอใจ
  • ความเข้าใจในโครงการ: เลือกบริษัทรับเหมาที่เข้าใจความต้องการ ของคุณมากที่สุด
  • การสื่อสารที่ดี: ทีมงานควรมีทักษะการสื่อสารที่ดี พร้อมให้คำแนะนำ และแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพ

3 สิ่งที่ควรคำนึงถึง ถ้าอยากต่อเติมหลังคาให้ใช้งานได้นาน

การต่อเติมติดตั้งหลังคา ไม่ว่าจะเป็น หลังคาโรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า หรือคลังสินค้า ก็ควรพิจารณาถึงหลาย ๆ ปัจจัยเพื่อให้ผลลัพธ์ของการก่อสร้างออกมาดีที่สุด ดังนี้

  • ความแข็งแรงของโครงสร้าง

ความแข็งแรงของโครงสร้าง เป็นสิ่งแรกที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ  โดยโครงสร้างที่ดีต้องรับน้ำหนักของวัสดุหลังคาใหม่ได้ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่จะติดตั้งเข้าไปได้อย่างมั่นคง เช่น แผงโซลาร์เซลล์ หรือระบบระบายอากาศ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังต้องทนต่อแรงลม และฝนที่ตกหนัก รวมถึงพายุมรสุมรุนแรงได้ 

  • การระบายอากาศ และแสงสว่าง

การออกแบบให้มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความร้อนสะสมใต้หลังคา และช่วยประหยัดพลังงานให้กับโรงงานได้ นอกจากนี้ หากมีการติดตั้งแผ่นโพลีคาร์บอเนตบนหลังคาในบางส่วน ก็จะช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติให้โรงงาน ทำให้ดูโปร่งโล่ง และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในระหว่างวันได้อีกด้วย

  • การติดตั้งฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อน เป็นตัวช่วยสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิในอาคาร การเลือกประเภทฉนวนที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น ฉนวนใยแก้ว ฉนวนโฟม หรือฉนวนสะท้อนความร้อน ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละอาคาร แต่ทั่วไปแล้วเจ้าของโรงงานควรเลือกฉนวนที่มีค่า R-Value สูง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนที่ดี ซึ่งในบรรดาตัวเลือกฉนวนกันความร้อนที่มีอยู่ในตลาด “AmpCell” ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเทคโนโลยีทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับต้น ๆ

 รวมถึงมีค่าการนำความร้อนต่ำ (R-Value สูง) ทำให้ป้องกันความร้อนได้ดีกว่าฉนวนทั่วไป ดังนั้น การเลือกใช้ AmpCell เป็นฉนวนกันความร้อนสำหรับต่อเติมหลังคา จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับเจ้าของโรงงานสมัยใหม่

แนะนำวัสดุมุงหลังคา ที่เหมาะกับหลังคาโรงงานทุกประเภท 

ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ทำให้มีวัสดุมุงหลังคาหลากหลายแบบที่ออกแบบมา เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของโรงงานแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น โรงงานที่ต้องการแสงสว่างธรรมชาติ โรงงานที่ต้องการประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนสูง หรือโรงงานที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมี ดังนี้

  • หลังคาไฟเบอร์กลาส รุ่น WEBGLAS

หลังคาไฟเบอร์กลาสโปร่งแสง รุ่น WEBGLAS สามารถรับน้ำหนักได้ดี ปลอดภัย ทนต่อแรงลม และการกัดกร่อนของสารเคมีได้ดีเป็นพิเศษ เหมาะกับอาคารสูง หรืออาคารที่มีการ Maintenance เดินบนโครงสร้างหลังคาอาคารเป็นประจำ เช่น โรงเก็บเครื่องบิน โรงผลิตไฟฟ้า และโรงงานที่มีการผลิตสารเคมี เป็นต้น

  • หลังคาไฟเบอร์กลาส รุ่น WONDERCOOL IR

หลังคาไฟเบอร์กลาสโปร่งแสง รุ่น WONDERCOOL IR ผลิตจากเรซินเกรดสูง ทนทานต่อรังสีอัลตร้าไวโอเลต เหมาะกับอาคารที่ต้องการสะท้อนคลื่นความร้อน ลดความร้อนภายในอาคาร และอาคารที่มีระบบปรับอากาศ

  • หลังคาไฟเบอร์กลาส รุ่น COOL-LITE

หลังคาไฟเบอร์กลาสโปร่งแสง รุ่น COOL-LITE ผลิตจากเรซินเกรดสูง พิเศษมาตรฐานออสเตรเลีย เสริมกำลังด้วยเส้นใยไฟเบอร์กลาส คุณภาพสูงทั่วแผ่น ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบ 2 ชั้น ทำให้มีความทนทานเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับอาคารที่ต้องการลดความร้อน หรืออาคารที่มีระบบปรับอากาศ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และโรงยิม เป็นต้น

  • หลังคาไฟเบอร์กลาส รุ่น CHEMBLOK

หลังคาไฟเบอร์กลาสปลอดสนิม รุ่น CHEMBLOK สามารถทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมี หรือสภาวะแวดล้อมที่รุนแรงได้ดีเยี่ยม จึงเหมาะมากสำหรับโรงงานที่มีสภาวะกัดกร่อนรุนแรง และอยากป้องกันปัญหาหลังคารั่วซึมจากการเกิดสนิม เช่น โรงงานผลิตปุ๋ย อาคารโรงงานที่ติดเขตทะเล โรงงานบำบัดน้ำเสีย โรงไฟฟ้า โรงงานปลอมโลหะ และโรงฟอกหนัง เป็นต้น

  • หลังคาไฟเบอร์กลาส รุ่น TOPLITE PLUS

หลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสโปร่งแสง รุ่น TOPLITE PLUS มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความสว่าง และประหยัดค่าไฟได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับโรงงานสมัยใหม่ ที่ต้องการความสว่างจากแสงธรรมชาติ 

ทั้งนี้ หากเจ้าของโรงงานท่านไหน กำลังมองหาหลังคาคุณภาพ ที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อต่อเติมโรงงานอุตสาหกรรมของท่าน แอมเพิลไลท์พร้อมให้บริการ หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490

BLOG RELEASE

ข้อควรรู้ ฉนวนกันความร้อน ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างไร

เมื่อสภาพอากาศภายนอกร้อนอบอ้าว ทำให้โรงงานอุตสาหกรรม ที่จำเป็นต้องเปิดใช้งานระบบปรับอากาศ

วิธีเลือกหลังคาใสทำโรงเรือน ให้ปลูกต้นไม้ได้ดี ใช้งานคุ้มค่า

ก่อนเลือกวัสดุสำหรับทำหลังคาโรงเรือน สิ่งแรกที่ควรถามตัวเองคือ โรงเรือนในฝันของคุณจะนำไปใช้งานแบบไหน

เทคนิคการเลือกขนาด สกรูหลังคาสำหรับช่างมืออาชีพ

หลังคาปลิวหลุด สกรูถอนออกจากแปเพราะแรงลม สาเหตุเกิดจากเลือกสกรูยึดหลังคาความยาวสั้นเกินไป