หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว ฉนวนกันความร้อน คืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร และมีประเภทไหนให้เลือกใช้งานบ้าง ดังนั้น เพื่อให้เข้าใจได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในบทความนี้จาก แอมเพิลไลท์ จะพาคุณไปทำความรู้จักกับฉนวนกันความร้อน (Insulation) ตั้งแต่ความหมาย คุณสมบัติ ไปจนถึงแนวทางการเลือกใช้งานที่เหมาะสม ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย
ฉนวนกันความร้อน คืออะไร?
ฉนวนกันความร้อน คือวัสดุที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร โดยเฉพาะความร้อนจากแสงแดด วัสดุชนิดนี้สามารถติดตั้งได้ในหลายส่วนของอาคาร ไม่ว่าจะเป็น หลังคา ผนัง พื้น หรือแม้กระทั่งท่อส่งลม และท่อน้ำ เพื่อช่วยลดการผ่านของความร้อนเข้าสู่ภายใน
เมื่อความร้อนจากแสงแดดมากระทบกับฉนวน วัสดุจะทำหน้าที่สะท้อนพลังงานความร้อนกลับออกไป และไม่ดูดซับความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารโดยตรง ส่งผลให้ภายในอาคารเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด

เจาะลึก ฉนวนกันความร้อน มีคุณสมบัติอะไรบ้าง ?
ก่อนที่จะเลือกใช้งานฉนวนกันความร้อน ควรทำความเข้าใจหลักการทำงานของวัสดุชนิดนี้ก่อน โดยคุณสมบัติของฉนวน ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุม และลดการถ่ายเทความร้อน โดยมีคุณสมบัติสำคัญ 3 องค์ประกอบ ดังนี้
- นำความร้อนได้ต่ำ
การนำความร้อน (Conduction) เป็นการถ่ายโอนพลังงานจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า ไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า เช่น ความร้อนจากหลังคาที่ถ่ายเข้าสู่ตัวบ้าน คุณสมบัติเด่นของฉนวนกันความร้อน คือการลดการนำความร้อน ทำให้ความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคารได้ยากขึ้น ส่งผลให้ภายในอาคารเย็นลง
- กั้นไม่ให้อากาศร้อน-เย็นหมุนเวียนผ่านเข้าออก
การพาความร้อน (Convection) เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศร้อน และอากาศเย็น โดยอากาศร้อนจะลอยขึ้นด้านบน ส่วนอากาศเย็นจะไหลลงด้านล่าง ฉนวนกันความร้อนจึงถูกออกแบบมา เพื่อกั้นการหมุนเวียน และการถ่ายเทของอากาศ ทำให้ความร้อนจากภายนอก ไม่สามารถผ่านเข้าสู่ตัวอาคารได้ง่าย และช่วยคงอุณหภูมิภายในอาคารให้คงที่มากขึ้น
- ลดการดูดซับความร้อน และสะท้อนรังสีอินฟราเรด
การแผ่รังสี (Radiation) เป็นการถ่ายเทพลังงาน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลาง เช่น แสงแดดที่ส่องลงบนหลังคา และถูกแผ่รังสีความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ฉนวนกันความร้อนที่มีการเคลือบด้วยฟอยล์อะลูมิเนียม จะช่วยสะท้อนรังสีอินฟราเรด กลับออกไปแทนที่จะดูดซับความร้อน ส่งผลให้ปริมาณความร้อนที่เข้าสู่ภายในอาคารลดลงมากขึ้น
หากใครกำลังมองหาร้านจำหน่ายฉนวนกันความร้อนคุณภาพดี ขอแนะนำ AmpCell จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง แอมเพิลไลท์ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านมาตรฐาน และความทนทาน ฉนวน AmpCell ผลิตจากวัสดุ Polyolefin ผ่านกระบวนการผลิตแบบ Physically Cross-linked ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไร้สารเคมี จึงปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และสิ่งแวดล้อม

ข้อดี-ข้อเสียของฉนวนกันความร้อน ที่ควรรู้ก่อนเลือกติดตั้ง
แน่นอนว่าการติดตั้งฉนวนกันความร้อน มีบทบาทสำคัญในการลดความร้อนที่เข้าสู่อาคาร แต่ความจริงแล้ว ฉนวนกันความร้อนไม่ได้มีดีแค่ “กันร้อน” เท่านั้น ยังมีคุณสมบัติเด่นอื่น ๆ อีกมากมายที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง อย่างไรก็ตาม วัสดุชนิดนี้ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณา ก่อนการติดตั้งเช่นกัน มาดูกันว่า ฉนวนกันความร้อนมีข้อดี และข้อเสีย อย่างไรบ้าง ดังนี้
- ข้อดี
- ช่วยประหยัดพลังงาน และค่าใช้จ่ายไฟฟ้า เพราะลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ทำให้ใช้ไฟฟ้าน้อยลง
- ยืดอายุการใช้งานของสิ่งปลูกสร้าง ช่วยลดความเสียหายจากความร้อนที่สะสมในโครงสร้างอาคาร
- ป้องกันเสียงรบกวน บางชนิดของฉนวนมีคุณสมบัติดูดซับเสียง จึงช่วยให้ภายในอาคารเงียบสงบขึ้น
- ลดความชื้นภายในอาคาร ป้องกันการเกิดเชื้อรา และกลิ่นอับภายในอาคาร
- เพิ่มความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ทำให้ภายในอาคารเย็นสบายมากขึ้น และเหมาะสำหรับการใช้งานในระยะยาว
- ข้อเสีย
- มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และค่าบำรุงรักษาสูง โดยเฉพาะวัสดุคุณภาพดี หรือการติดตั้งในพื้นที่กว้าง
- เพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้าง หากเลือกวัสดุที่มีความหนา หรือความหนาแน่นสูง อาจต้องเสริมความแข็งแรงของอาคาร
- เสี่ยงต่อสารเคมีตกค้าง ในกรณีที่เลือกใช้ฉนวนที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้
ส่องประเภทฉนวนกันความร้อน ตามการใช้งาน
การใช้งานฉนวนกันความร้อนในปัจจุบัน มีให้เลือกหลากหลายวัสดุ แต่โดยหลักแล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามลักษณะการติดตั้ง และการใช้งาน ดังนี้
- ฉนวนกันความร้อนแบบแผ่น
ฉนวนชนิดนี้มาในรูปแบบเป็นแผ่น เหมาะสำหรับการติดตั้งในพื้นที่ที่สามารถปู วาง หรือแทรกเข้าไปได้ เช่น ใต้หลังคา เหนือฝ้า บนแป หรือบริเวณผนังอาคาร ข้อดี คือสามารถติดตั้งได้ง่าย ไม่ซับซ้อน มีความทนทาน และช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีให้เลือกหลายความหนา และหลายชนิดวัสดุตามความต้องการ
- ฉนวนกันความร้อนแบบโฟม
ฉนวนชนิดนี้ ถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบโฟมพ่น หรือโฟมฉีด เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีฝ้าเพดาน เช่น ใต้หลังคา สามารถฉีดโฟมเคลือบลงไปบนพื้นผิวได้โดยตรง ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างแนบสนิท ปิดรอยรั่วหรือช่องว่างที่ความร้อนสามารถเล็ดลอดเข้าไปได้

คู่มือ วิธีเลือกฉนวนกันความร้อน ควรพิจารณาอะไรบ้าง ?
การติดตั้งฉนวนกันความร้อน เป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้ทั่วไปในอาคาร ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่บ้านพักอาศัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสถานที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม โดยปัจจุบัน ฉนวนกันความร้อนมีให้เลือกหลายรูปแบบ และหลายผู้ผลิต ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ ต่อไปนี้
- ค่า R-Value สูง
R-Value (Resistance Value) คือค่าความสามารถในการต้านทานความร้อน หรือการยับยั้งการถ่ายเทความร้อนของวัสดุ ยิ่งค่ามีค่าสูงเท่าไร แสดงว่าวัสดุนั้นสามารถป้องกันความร้อนได้ดีมากขึ้น
- ค่า K-Value ต่ำ
K-Value (Thermal Conductivity) คือค่าการนำความร้อนของวัสดุ วัดว่าความร้อนสามารถไหลผ่านวัสดุได้มากน้อยเพียงใด ยิ่งค่าต่ำยิ่งดี เพราะหมายถึงวัสดุนั้นมีคุณสมบัติในการต้านการนำความร้อนได้สูง
- ค่า U-Value ต่ำ
U-Value (Thermal Transmittance) คือค่าการส่งผ่านความร้อนทั้งหมดของวัสดุ หรือชั้นวัสดุร่วมกัน ค่า U ยิ่งต่ำแสดงถึงประสิทธิภาพการเป็นฉนวนที่ดี สามารถลดการถ่ายเทความร้อน จากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่องขั้นตอนการติดตั้งฉนวนกันความร้อน และข้อควรระวัง
การติดตั้งฉนวนกันความร้อน เป็นงานที่ควรดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้วัสดุสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการป้องกันความร้อน และการช่วยประหยัดพลังงาน โดยขั้นตอนการติดตั้ง และข้อควรระวัง มีดังนี้
- สำรวจพื้นที่ติดตั้ง
ก่อนเริ่มติดตั้ง ควรตรวจสอบ และสำรวจพื้นที่ที่จะติดตั้งอย่างละเอียด เช่น หากต้องการติดตั้งเหนือฝ้าเพดาน สามารถวางฉนวนปูไปบนฝ้าได้โดยตรง แต่หากเป็นการติดตั้งเหนือแปโครงหลังคา จะต้องใช้ระบบ Metal Strip โดยวางตามระยะหน้ากว้างของแผ่นฉนวน และยึดติดด้วยสกรู เพื่อความแข็งแรง หรืออาจใช้ระบบตะแกรงลวด (Steel Wire Mesh) ช่วยเสริมการรองรับ เพื่อให้ฉนวนคงอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และไม่เกิดการหย่อนคล้อยในอนาคต
ข้อควรระวัง: ควรตรวจสอบโครงสร้างหลังคา หรือฝ้าเพดานให้มั่นใจว่ามีความแข็งแรงพอสมควร เพื่อรองรับการติดตั้งฉนวน และป้องกันความเสียหายภายหลัง
- หันด้านฟอยล์ออกด้านบน
ในขั้นตอนการปูฉนวน ต้องหันด้านฟอยล์ขึ้นด้านบนเสมอ เนื่องจากฟอยล์ทำหน้าที่สะท้อนรังสีความร้อน หากวางกลับด้านจะทำให้ประสิทธิภาพของฉนวนลดลง แต่หากฉนวนมีฟอยล์ทั้งสองด้าน ก็สามารถติดตั้งฝั่งไหนก็ได้
ข้อควรระวัง: ฉนวนความร้อนควรถูกปูเรียงต่อกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่เว้นช่องว่าง เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนเล็ดลอด เข้ามาในตัวอาคารได้
สุดท้ายนี้ สำหรับผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาฉนวนกันความร้อนคุณภาพสูง อย่าลืมนึกถึง แอมเพิลไลท์ กับฉนวน “AmpCell” ที่มาพร้อมค่า K-Value เพียง 0.031 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลือกฉนวนกันความร้อนในตลาด จึงสามารถป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
อีกทั้งยังปราศจากสารพิษเจือปนในการผลิต ทำให้ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รับประกันการใช้งานยาวนานถึง 12 ปี สนใจสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490