เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
ในปัจจุบันอาคาร หรือสถานประกอบการได้มีการออกแบบให้มีความทันสมัย และสวยงามมากขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ประกอบการได้เลือกใช้หลังคาโพลีคาร์บอเนต มาเป็นวัสดุมุงหลังคาอาคารสไตล์โมเดิร์น เพื่อให้ภาพลักษณ์ของอาคาร หรือสถานประกอบการณ์ดูโปร่งโล่ง มีแสงธรรมชาติส่องถึง ไม่มืดทึบ อยู่แล้วไม่รู้สึกอึดอัด
แต่วัสดุหลังคาใสมีให้เลือกใช้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หลังคาใสอะคริลิก หลังคากระจกลามิเนต หลังคาใส UPVC และหลังคาใสจากโพลีคาร์บอเนต ซึ่งแต่ละวัสดุก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนั้น บทความในวันนี้ แอมเพิลไลท์ จะพาผู้ประกอบการทุกท่านมาดูหลังคาใส หรือที่เรียกว่า “แผ่นสกายไลท์” ผลิตจากเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์ (Virgin Polycarbonate) 100% จะมีความแตกต่างจากวัสดุอื่นอย่างไร ไปดูกัน
โพลีคาร์บอเนต (polycarbonate) คืออะไร
โพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) คือวัสดุพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทก และมีความโปร่งใสคล้ายกระจก ทำให้โพลีคาร์บอเนตได้รับความนิยมในงานก่อสร้าง การตกแต่งอาคาร ไปจนถึงการผลิตอุปกรณ์อุตสาหกรรม และของใช้ในชีวิตประจำวัน
อ่านเพิ่มเติม หลังคาโพลีคาร์บอเนต vs ไฟเบอร์กลาส เลือกแบบไหนดีที่สุด
สำรวจข้อดี-ข้อเสีย หลังคา Polycarbonate ก่อนเลือกใช้งาน
ในช่วงเวลานี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก หลังคาโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate Roof) วัสดุยอดนิยมที่ถูกนำมาใช้ในงานต่อเติมบ้าน เช่น กันสาด โรงจอดรถ หรือพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง เพราะให้ทั้งความสวยงาม และความคุ้มค่าในการใช้งาน แต่ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ ควรทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของหลังคาประเภทนี้ให้ชัดเจน เพื่อเลือกใช้ได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด
ข้อดีหลังคาโพลีคาร์บอเนต
- วัสดุมีความโปร่งแสง ให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้ ช่วยให้พื้นที่ใต้หลังคาสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟในช่วงกลางวัน
- น้ำหนักเบา ทำให้โครงสร้างไม่ต้องรับน้ำหนักมาก อีกทั้งยังติดตั้งได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ หรือเครื่องทุ่นแรงขนาดใหญ่ จึงช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
- ช่วยป้องกันรังสี UV จากแสงแดดได้ดี และช่วยลดความร้อนสะสมใต้หลังคา รวมไปถึงปกป้องพื้นผิวหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จากการซีดจางหรือกรอบแตก
- มีความยืดหยุ่นสูง สามารถดัดโค้งหรือขึ้นรูปได้ตามต้องการ ทำให้ตอบโจทย์การออกแบบที่ต้องการความทันสมัยหรือมีดีไซน์เฉพาะตัว
- ทนทานต่อแรงกระแทกสูง มากกว่าวัสดุในกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายกระจก เช่น อะคริลิก และไม่แตกง่ายแม้เกิดแรงกระแทก
ข้อเสียหลังคาโพลีคาร์บอเนต
- ราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบราคา ต่อตารางเมตรกับวัสดุหลังคาประเภทอื่น
- อายุการใช้งานสั้น และเสื่อมสภาพเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน โดยอาจเกิดการซีดเหลือง หรือกรอบแตกเมื่อโดนแสงแดดจัดเป็นเวลาหลายปี
- เสียงดังเมื่อฝนตก เสียงกระทบของฝนจะดังคล้ายกับเมทัลชีท
- ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ จำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นประจำ เพราะอาจเกิดการสะสมของฝุ่น หรือตะไคร่น้ำ ซึ่งจะทำให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้น้อยลง และความสวยงามลดลง
ส่อง ประเภทหลังคา Polycarbonate แตกต่างกันอย่างไร ?
หลังคาโพลีคาร์บอเนต เป็นวัสดุที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติด้านความทนทาน ความโปร่งใส และความสวยงามให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ แผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบตัน และแผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบลูกฟูก ซึ่งแม้จะดูคล้ายกันในภาพรวม แต่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปตามการใช้งาน ดังนี้
- แผ่นตัน
รูปแบบแผ่นตัน (Solid Polycarbonate) มีลักษณะผิวเรียบและมันวาว คล้ายกระจกใส สามารถให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้ดี จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความโปร่งแสงและความสวยงาม เช่น กันสาดบ้าน อาคารสำนักงาน หรือหลังคาทางเดินเชื่อม นอกจากนี้ยังมีความแข็งแรงและทนต่อแรงกระแทกได้ดีกว่ากระจกหลายเท่า อีกทั้งไม่แตกง่ายเมื่อโดนแรงกระแทก ทำให้ปลอดภัยต่อการใช้งานในระยะยาว
- แผ่นลูกฟูก
รูปแบบแผ่นลูกฟูก (MultiWall Polycarbonate) มีลักษณะเป็นชั้น ๆ ภายในมีช่องอากาศ ทำหน้าที่ช่วยลดการนำความร้อนและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับแผ่น จึงมีน้ำหนักเบาและติดตั้งได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยลดเสียงจากฝนตกได้ในระดับหนึ่ง ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเก็บอุณหภูมิและป้องกันความร้อนได้ดี แผ่นลูกฟูกจึงเหมาะกับพื้นที่กลางแจ้ง เช่น โรงเรือนปลูกต้นไม้ โรงจอดรถ หรือกันสาดบ้าน

ทำไมโพลีคาร์บอเนต เหมาะกับการเป็นวัสดุหลังคาใส (Skylight Roof)
หลังคาใส หรือแผ่นสกายไลท์ (Skylight Sheet) เป็นวัสดุมุงหลังคาชนิดโปร่งแสง มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มแสงสว่างจากธรรมชาติให้ส่องเข้าสู่อาคารได้อย่างทั่วถึง ซึ่งหากผู้ประกอบการต้องการอาคาร หรือสถานประกอบการณ์สไตล์โมเดิร์น การเลือกใช้หลังคาทึบแสงอาจไม่ตอบโจทย์เรื่องความสวยงามเท่าไหร่นัก ดังนั้น หลังคาใสจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และเหมาะสมกับสไตล์โมเดิร์นมากที่สุด ซึ่งหลังคาใสที่ดี และมีคุณภาพ ควรมีคุณสมบัติ ดังนี้
ผลิตจากเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์ 100%
เนื่องจาก แผ่นโพลีคาร์บอเนตส่วนใหญ่ผลิตจากเม็ดพลาสติกที่มีแหล่งกำเนิดจากการกลั่นน้ำมัน หรือปิโตรเคมี ซึ่งเมื่อน้ำมันมีการปรับราคาขึ้น ทำให้ต้นทุนในการผลิตแผ่นโพลีคาร์บอเนตสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน ผู้ผลิตจึงเลือกใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลแทนเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์
แต่รู้หรือไม่ ? ว่าการเลือกใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล ทำให้แผ่นโพลีคาร์บอเนตมีคุณภาพต่ำ ขาดความแข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานสั้น ทั้งยังเสื่อมสภาพเร็ว และกรอบแตกง่าย เพราะเม็ดพลาสติกรีไซเคิลไม่สามารถรวมเป็นเนื้อเดียวกับเม็ดพลาสติกใหม่ได้เท่าเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์ จึงไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่เสียไปเท่าไหร่นัก
ป้องกันความร้อน สะท้อนรังสี UV และมีอายุการใช้งานยาวนาน
ไม่ว่าจะเป็น หลังคาใส หลังคาโปร่งแสง หรือทึบแสง ควรมีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแดด ลมฝน และความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรเลือกหลังคาใสที่มีเทคโนโลยีการเคลือบสารป้องกันความร้อน และสะท้อนรังสี UV เพื่อป้องกันความร้อนสะสมภายในอาคาร
นอกจากนี้ แผ่นหลังคาใสที่ไม่มีการเคลือบป้องกันรังสี UV จะทำให้แผ่นเกิดการซีดเหลืองอย่างรวดเร็ว หรือสีไม่เสมอทั่วกันทั้งแผ่น ทำให้แผ่นเกิดการกรอบแตกได้ง่าย และมีอายุการใช้งานเพียง 1-2 ปีเท่านั้น ทั้งนี้ ก่อนเลือกแผ่นหลังคาใสควรตรวจสอบให้ดีก่อน ว่ามีการเคลือบสารป้องกันความร้อนหรือไม่ เพื่อให้คุ้มค่าทั้งราคา ฟังก์ชันการใช้งาน และความสวยงาม
คุณภาพดี แข็งแรงทนทาน ได้มาตรฐานยุโรป
ควรเลือกซื้อแผ่นโพลีคาร์บอเนตที่มีคุณภาพ แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ และได้มาตรฐานยุโรป อีกทั้งความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิต และจัดจำหน่าย ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา รวมไปถึงการรับประกันสินค้าตามมาตรฐานสากล เพื่อให้คุ้มค่าแก่การลงทุนมากที่สุด
อ่านเพิ่มเติม หลังคามีกี่ประเภท พร้อมข้อดี-ข้อเสีย รู้ก่อนสร้างเพื่อดีไซน์ที่ลงตัว
หลังคาโพลีคาร์บอเนต แอมเพอแรม (Amperam) ที่สุดของหลังคาใส
แผ่นสกายไลท์ หรือหลังคาแอมเพอแรม เป็นระบบหลังคาใส ผลิตจากเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์ 100% (Virgin Polycarbonate) ไม่มีการใช้วัสดุเจือปน และวัสดุรีไซเคิล ทั้งยังมีนวัตกรรมการเคลือบสารป้องกัน UV ทำให้หลังคาใส AMPERAM เป็นที่ยอมรับ และถูกเลือกใช้กับโครงการชั้นนำ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ที่ได้มาตรฐานยุโรป พร้อมการรับประกันสินค้านาน 20 ปี มีให้เลือก 2 รุ่น ดังนี้

AMPGLAZE
ระบบหลังคาแผ่นโพลีคาร์บอเนต แผ่นตัน หรือ Solid Polycarbonate ผลิตจากเม็ดพลาสติกบริสุทธิ์ มีความใสสวยงามเหมือนกระจก พร้อมดีไซน์การออกที่โมเดิร์น สวยงาม มีความทันสมัย ช่วยยกระดับภาพลักษณ์อาคาร และสำนักงานได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ แข็งแรงทนทาน ไม่เปราะ หรือแตกหักง่ายเหมือนหลังคาใสทั่วไป ขยายตัวได้อิสระ ดัดโค้งได้ดี ไร้รอยเจาะ และมีน้ำหนักเบา ทั้งยังหมดห่วงเรื่องปัญหาการรั่วซึม เนื่องจาก ติดตั้งด้วยระบบ Standing Seam มีให้เลือก 2 สี คือ สีเขียว (Green) ปริมาณแสงส่องผ่านได้ 80% (Light Transmission) และสี Solar Control ปริมาณแสงส่องผ่านได้ 20%
- จุดเด่น AMPGLAZE
- โปร่งใส ให้แสงส่องผ่านได้ชัดเจน
- ผิวเรียบ เงางาม ดูหรูหรา
- ทนแรงกระแทกสูงกว่ากระจก

AMPPAL
ระบบหลังคาโพลีคาร์บอเนต แบบรังผึ้ง หรือ Multiwall Polycarbonate ผลิตจาก Virgin Polycarbonate มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เป็นฉนวนกันความร้อน และยอมให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้ดี นอกจากนี้ แผ่นหลังคาใส AmpPAL มีโครงสร้างหน้าตัดแข็งแรงทั่วทั้งแผ่น มีความแข็งแรงทนทานมากกว่าแผ่นโพลีคาร์บอเนตทั่วไป ทั้งยังมีการติดตั้งระบบ Standing Seam ช่วยป้องกันการรั่วซึม ขยายตัวได้อิสระ ดัดโค้งได้ ไร้รอยเจาะ และน้ำหนักเบา สามารถกระจายแสงสว่างได้ทั่วทุกบริเวณ โดยความร้อน หรือรังสี UV ไม่สามารถส่องผ่านไปได้
- จุดเด่น AMPPAL
- ทนแรงกระแทก และยืดหยุ่นสูง
- น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย
- โครงสร้างแบบช่องอากาศ ช่วยลดความร้อน
สำหรับเจ้าของอาคารสำนักงาน หรือผู้ประกอบการท่านไหนที่กำลังมองหาหลังคาโพลีคาร์บอเนต หรือหลังคาใสที่ป้องกันความร้อนได้ดี และแข็งแรงทนทาน ตรงตามมาตรฐานระดับสากล ก็สามารถเลือกหลังคาจากแอมเพิลไลท์ได้ หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และติดต่อได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490
แผ่นโพลีคาร์บอเนต ราคาต่อตารางเมตรเท่าไหร่ ?
ราคาแผ่นโพลีคาร์บอเนตโดยทั่วไป มีราคาตารางเมตรละ 1,800 – 5,000 บาท โดยขึ้นอยู่กับความหนา และประเภทของแผ่นโพลีคาร์บอเนต
แผ่นโพลีคาร์บอเนต แบบตัน คืออะไร ?
หลังคาโพลีคาร์บอเนตแบบตัน (Solid Polycarbonate) คือแผ่นหลังคาที่ทำจาก Virgin Polycarbonate ซึ่งเป็นพลาสติกคุณภาพสูง นำมาขึ้นรูปแบบแผ่นเรียบ ทำให้มีลักษณะใสคล้ายกระจก
ข้อดีและข้อเสียของแผ่นโพลีคาร์บอเนต มีอะไรบ้าง ?
ข้อดีโพลีคาร์บอเนต
– โปร่งใส ทำให้แสงธรรมชาติส่องผ่านลงมาได้
– น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และช่วยประหยัดโครงสร้าง
– ดีไซน์สวยงาม เข้ากับสไตล์โมเดิร์น
– ไม่เปราะ หรือแตกหักง่าย
– ใช้งานได้ทุกสภาพอากาศ
– เป็นฉนวนลดความร้อนเข้าสู่ภายใน
– การขยายตัวอิสระ ช่วยป้องกันการบิดงอจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ข้อเสียโพลีคาร์บอเนต
– เกิดคราบสกปรกได้ง่าย และเห็นชัดเจน
– อายุการใช้งานสั้นกว่าวัสดุหลังคาประเภทอื่น
อายุการใช้งานของแผ่นโพลีคาร์บอเนตนานแค่ไหน ?
แผ่นโพลีคาร์บอเนต มีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี