หลังคาโรงงาน หรืออาคารสำนักงานส่วนใหญ่ มักเลือกใช้หลังคาเหล็กอย่าง เมทัลชีท เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และมีราคาถูกกว่าแผ่นหลังคาชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม ข้อเสียหลักของเมทัลชีทคือเรื่องเสียงรบกวน ไม่ว่าจะเป็น เสียงลั่นของแผ่นหลังคาในช่วงเวลากลางวัน หรือเสียงดังรบกวน จากเม็ดฝนที่กระทบลงบนหลังคา ซึ่งอาจส่งผลต่อสมาธิ และประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานภายในอาคาร
แต่รู้หรือไม่ว่า การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบริเวณใต้แผ่นหลังคา หรือบนฝ้าใต้หลังคา ไม่เพียงแต่ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้ดีเท่านั้น แต่ยังสามารถลดเสียงจากเม็ดฝน ที่ตกกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้น ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์ จะพาคุณไปไขความลับว่า ฉนวนป้องกันความร้อน มีบทบาทอย่างไร ในการลดเสียงรบกวน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกัน
ฉนวนกันความร้อน สามารถกันเสียงได้อย่างไร ?
หากมองในแง่ของการใช้งาน ฉนวนป้องกันความร้อนมีหน้าที่หลัก คือ ช่วยลดความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้ภายในเย็นสบาย ส่วนคุณสมบัติในการลดเสียงรบกวนนั้น เป็นผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างของฉนวน ไม่ใช่จุดประสงค์หลักในการใช้งาน แต่ก็ถือว่าเป็นข้อดีเพิ่มเติม ที่ช่วยยกระดับความเงียบภายในอาคารได้ในระดับหนึ่ง โดยปัจจัยที่ทำให้ฉนวนป้องกันความร้อน สามารถกันเสียงได้ มีดังนี้
-
ดูดซับเสียง
เมื่อฝนตกกระทบลงบนแผ่นหลังคา เสียงจากแรงกระแทกจะส่งผ่านลงมายังพื้นที่ภายในอาคารโดยตรง แต่เมื่อมีการติดตั้งฉนวนไว้บริเวณใต้แผ่นหลังคา ฉนวนจะช่วยดูดซับเสียงกระทบ ทำให้เสียงที่ทะลุผ่านลงมายังภายในอาคารลดน้อยลง
-
ลดการสั่นสะเทือน
ฉนวนที่ติดตั้งบริเวณใต้หลังคา สามารถช่วยลดการสั่นสะเทือนของแผ่นหลังคาเมื่อถูกกระทบได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่มีลมแรง หรือฝนตก ซึ่งแรงกระทบเหล่านี้มักทำให้แผ่นหลังคาสั่น และเกิดเสียงดังขึ้น การติดตั้งฉนวนจึงช่วยลดแรงสะเทือน ลดเสียงรบกวน และช่วยเพิ่มความเงียบภายในอาคารได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับ ผู้ประกอบการที่สนใจฉนวนป้องกันความร้อนให้กับอาคาร ก็ขอแนะนำผลิตภัณฑ์จากแอมเพิลไลท์ อย่าง “AmpCell” ฉนวนคุณภาพ ผลิตจากวัสดุ Polyolefin คุณภาพสูง และผ่านกระบวนการผลิตแบบไร้สารเคมี Physically Cross-linked จึงสามารถป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวอาคารได้อย่างดีเยี่ยม รับประกันคุณยาวนานกว่า 12 ปี
อยากได้ฉนวนกันความร้อน มีคุณสมบัติกันเสียง สังเกตจากอะไร ?
มลภาวะทางเสียง ไม่ว่าจะมาจากปัจจัยแวดล้อมภายนอก เช่น เสียงรถยนต์ เสียงฝนตก หรือแม้แต่เสียงจากเครื่องจักรภายในอาคาร ล้วนเป็นสิ่งรบกวนที่ส่งผลต่อสมาธิ และความสบายของผู้อยู่อาศัย หรือพนักงานในพื้นที่อย่างมาก โดยไอเทมที่ช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ คือ “ฉนวนป้องกันความร้อน” ซึ่งบางรุ่นมีคุณสมบัติช่วยลดเสียงรบกวนได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ฉนวนทุกชนิดจะสามารถลดความดังของเสียงได้ ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการลดเสียง ได้แก่
-
ประเภทของฉนวน
ฉนวนป้องกันความร้อนมีให้เลือกหลากหลายวัสดุ โดยแต่ละประเภทก็มีโครงสร้างเซลล์ที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้งานอย่างชัดเจน ทางที่ดีควรเลือกฉนวนป้องกันความร้อน ที่มีโครงสร้างแบบเซลล์ปิด (Closed Cell) เนื่องจาก มีคุณสมบัติในการป้องกันการถ่ายเทความร้อนได้ดี อีกทั้งยังคล้ายกับฉนวนที่ใช้สำหรับป้องกันเสียง จึงช่วยลดทั้งความร้อน และเสียงรบกวนได้ในเวลาเดียวกัน
-
มีคุณสมบัติป้องกันน้ำ
ฉนวนที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความร้อนและเสียง ควรเลือกฉนวนที่มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำ เพราะคุณสมบัตินี้ มักแสดงถึงระดับความหนาแน่นของแผ่นฉนวน ทั้งนี้ ฉนวนที่มีความหนาแน่นสูง จะสามารถช่วยลดเสียงรบกวนได้ดีกว่า เนื่องจากมีโครงสร้างแน่นหนา ทำให้เสียงไม่สามารถทะลุผ่านได้ง่าย
-
ความหนาของฉนวน
ความหนาของฉนวนป้องกันความร้อน ก็มีผลต่อประสิทธิภาพในการลดเสียงเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วยิ่งฉนวนมีความหนามากเท่าไร ก็ยิ่งสามารถดูดซับ และลดการส่งผ่านของเสียงได้ดีขึ้นเท่านั้น
-
การติดตั้ง
ปัจจัยสุดท้ายที่สำคัญคือ การติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อนให้ถูกต้อง โดยต้องมั่นใจว่าไม่มีช่องว่างระหว่างแผ่นฉนวน เพื่อให้การป้องกันทั้งความร้อน และเสียงมีประสิทธิภาพสูงสุด การติดตั้งที่ไม่สมบูรณ์อาจทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อน และเสียงลดลง
ทำไม AmpCell เป็นฉนวนป้องกันความร้อนที่คุณไม่ควรพลาดในปี 2025
AmpCell คือฉนวนกันความร้อน จากแบรนด์แอมเพิลไลท์ ซึ่งผลิตจากวัสดุไฟเบอร์กลาส ชนิด IXPE FR โดยมีโครงสร้างแบบเซลล์ปิดอย่างสมบูรณ์ (Completely Closed Cell) จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีสารพิษ หรือสารตกค้างที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ AmpCell ยังมาพร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นอีกมากมาย ได้แก่
-
ไม่ดูดซึมน้ำ
หากมีจุดรั่วบนหลังคา ด้วยคุณสมบัติของฉนวนที่ดี จะช่วยให้สามารถตรวจพบจุดรั่วซึมได้ง่ายขึ้น อีกทั้งหากฉนวนมีคุณสมบัติกักเก็บน้ำ หรือความชื้น อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา และแบคทีเรีย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย และลดประสิทธิภาพของระบบฉนวนในระยะยาว
-
ไม่ลามไฟ
AmpCell ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ โดยผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL-94 Class HF-1 จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการทนไฟของวัสดุ นอกจากนี้ ยังได้รับการรับรองจาก TÜV ด้วยมาตรฐาน BS 476 Part 6 และ Part 7 ในระดับ Class 0 ซึ่งแสดงถึงคุณสมบัติในการหน่วงการลามไฟได้เป็นอย่างดี จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย และคุณภาพของวัสดุฉนวน
-
ป้องกันความร้อนได้ดี
แม้จุดประสงค์หลักของการออกแบบฉนวนป้องกันความร้อนคือการลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่อาคาร แต่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมของแต่ละแบรนด์ที่แตกต่างกัน ทำให้ประสิทธิภาพของฉนวนแต่ละชนิดไม่เท่ากัน
อย่างไรก็ตาม AmpCell โดดเด่นในด้านการลดความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยค่า K-Value เท่ากับ 0.031 W/mK ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก และตามหลักฟิสิกส์แล้ว ค่า K-Value ยิ่งน้อย ยิ่งแสดงถึงความสามารถในการนำความร้อนได้ต่ำ จึงทำให้ AmpCell เป็นหนึ่งในตัวเลือกฉนวนป้องกันความร้อนที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านการใช้งานอย่างแท้จริง
สุดท้ายนี้ การเลือกใช้งานแผ่นกันความร้อนใต้หลังคา หากคุณกำลังมองหาฉนวนที่มีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงไปพร้อมกัน AmpCell ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะนอกจากจะช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้แล้ว ยังช่วยลดเสียงรบกวนได้ในระดับหนึ่ง แม้อาจไม่เทียบเท่ากับฉนวนที่ออกแบบมาเพื่อดูดซับเสียงโดยเฉพาะ
ดังนั้น หากผู้ประกอบการ หรือเจ้าของอาคารกำลังมองหาฉนวนกันความร้อน ที่ช่วยทั้งในเรื่องความร้อนและเสียงในเวลาเดียวกัน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอคำแนะนำ แอมเพิลไลท์ยินดีให้คำปรึกษา โดยติดต่อได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490