โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า และสถานประกอบการขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ที่มีการดำเนินกิจกรรมตลอดทั้งวัน และหลายแห่งต้องเดินเครื่องจักรตลอด 24 ชั่วโมงทั้งกลางวันและกลางคืน บนพื้นที่อาคารขนาดกว้างขวาง ปัญหาใหญ่ที่ผู้ประกอบการแทบทุกแห่งต้องเผชิญคงหนีไม่พ้น “ภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน” มหาศาล ทั้งจากระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และภาระการทำงานหนักของเครื่องปรับอากาศหรือระบบระบายอากาศ เพื่อลดอุณหภูมิความร้อนสะสมภายในโรงงาน
นอกจากนี้ หลังคายังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการปกป้องเครื่องจักรที่มีมูลค่าสูงและสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดีให้แก่พนักงาน การเลือกติดตั้งแผ่นหลังคาโปร่งแสง (Skylight Roof) จึงกลายมาเป็นโซลูชันยอดนิยมของโรงงานยุคใหม่ ที่ต้องการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าไปพร้อม ๆ กับการควบคุมอุณหภูมิ วันนี้ แอมเพิลไลท์ จะพาไปเจาะลึกคุณสมบัติของแผ่นโปร่งแสงที่โรงงานต้องมี เปรียบเทียบ 5 วัสดุยอดนิยม และเลือกรุ่นหลังคาที่คุ้มค่าต่อการลงทุนที่สุด
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
คุณสมบัติสำคัญของหลังคาโปร่งแสง ที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องมี
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อวัสดุมุงหลังคา ผู้ประกอบการควรพิจารณาคุณสมบัติหลักที่ตอบโจทย์โครงสร้างโรงงาน ดังนี้
1. ให้แสงสว่างธรรมชาติ แต่ต้องป้องกันความร้อนสะสมได้ดีเยี่ยม
โรงงานที่ทำงานอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องใช้แสงสว่างตลอดเวลา หลังคาโปร่งแสงที่ดีต้องสามารถนำแสงสว่างจากธรรมชาติเข้าสู่ตัวอาคารได้อย่างพอเหมาะ และมีคุณสมบัติกระจายแสง (Light Diffusion) ได้อย่างสม่ำเสมอทั่วทุกมุมทำงาน โดยไม่ก่อให้เกิดแสงแยงตา (Glare) ที่รบกวนสายตาของพนักงาน
ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่นำพาความร้อนเข้ามาด้วย เพราะหากความร้อนเล็ดลอดเข้ามา จะทำให้อุณหภูมิภายในโรงงานสูงขึ้น ส่งผลให้เครื่องจักรทำงานหนักจนเสี่ยงต่อการชำรุด และพนักงานอ่อนล้า ประสิทธิภาพการทำงานลดลง แผ่นโปร่งแสงที่ดีจึงต้องมีสาร หรือนวัตกรรมที่ช่วยสะท้อนรังสีความร้อน (IR) และกรองรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. แข็งแรง ทนทานเป็นพิเศษ ใช้งานร่วมกับเมทัลชีทได้แนบสนิท
โรงงาน และคลังสินค้าส่วนใหญ่มุงด้วยหลังคาเหล็กเมทัลชีท แผ่นโปร่งแสงที่ดี จึงต้องผลิตขึ้นรูปให้มีรูปลอนตรงกับลอนเมทัลชีททุกรูปแบบ เพื่อให้รอยต่อแนบสนิท ป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมได้ 100% นอกจากนี้ วัสดุต้องมีอัตราการขยายตัว และหดตัวใกล้เคียงกับแผ่นเหล็กเมทัลชีท เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้เกิดแรงดึงรั้งจนรูเจาะสกรูฉีกขาด ทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนของประเทศไทย ทั้งพายุ ลมแรง แดดจัด และไอสารเคมีหรือฝนกรด ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว ควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจข้อควรระวังในการติดตั้งหลังคาอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นรอบจุดเจาะยึด
3. ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และหน่วงการลามไฟ (Fire Retardant)
ความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเป็นหัวใจสำคัญของโรงงานตามมาตรฐานสากล วัสดุมุงหลังคาควรผลิตจากเรซินสูตรผสมสารหน่วงการลามไฟ เพื่อช่วยชะลอการลุกลามของเปลวไฟ สามารถดับไฟได้เองเมื่อนำแหล่งกำเนิดประกายไฟออก (Self-extinguishing) ช่วยลดความเสียหายต่อโครงสร้าง เครื่องจักร และปกป้องชีวิตของบุคลากรภายในโรงงานได้อย่างทันท่วงที โดยควรเลือกแผ่นที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย มอก. 612-2549 และมาตรฐานสากลออสเตรเลีย AS 4256.3:2006
5 วัสดุยอดนิยม สำหรับการทำหลังคาโปร่งแสง
ในปัจจุบันมีวัสดุโปร่งแสงให้เลือกใช้งานหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละวัสดุมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนี้
1.หลังคาไฟเบอร์กลาส
หลังคาไฟเบอร์กลาส เป็นวัสดุคุณภาพสูงที่นิยมใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้ามากที่สุด โดดเด่นด้วยการเสริมความแข็งแกร่งด้วยเส้นใยแก้ว คุณภาพสูง ทำให้เนื้อวัสดุมีความเหนียว แข็งแรง ทนทานสูง ไม่กรอบแตกง่าย มีน้ำหนักเบา มีอัตราการขยายตัวจากความร้อนต่ำมาก และใกล้เคียงกับแผ่นเหล็ก จึงติดตั้งร่วมกับเมทัลชีทได้อย่างแนบสนิท หมดปัญหาน้ำรั่วซึม ให้แสงธรรมชาติสว่างกระจายทั่วอาคารอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันรังสี UV สูงถึง 99% และมีเทคโนโลยีสะท้อนความร้อนไม่ให้เข้าสู่อาคารได้อย่างยอดเยี่ยม
เมื่อเปรียบเทียบกับหลังคาโรงงานทั่วไป อย่างหลังคาเมทัลชีท แม้เมทัลชีทจะเป็นที่นิยม แต่ก็มีจุดอ่อนเรื่องการกักเก็บ และแผ่ความร้อนลงสู่ตัวอาคาร รวมถึงสร้างปัญหา “เสียงดังรบกวนเวลาฝนตกกระทบ” ซึ่งส่งผลต่อสมาธิ และประสิทธิภาพการสื่อสารของพนักงาน ในทางกลับกัน แผ่นหลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสของแอมเพิลไลท์ มีคุณสมบัติซับและลดทอนเสียงเม็ดฝนได้ดีกว่าเมทัลชีทอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักเบากว่า ติดตั้งสะดวกรวดเร็ว และไม่กักเก็บความร้อนสะสมไว้ในโครงสร้าง
2. แผ่นอะคริลิก
อะคริลิกมีพื้นผิวที่เรียบ เงา ใส คล้ายกระจก แต่น้ำหนักเบากว่า นิยมใช้กับอาคารสไตล์โมเดิร์นหรือกันสาดอาคาร เนื้อวัสดุมีความโปร่งใสสูง แต่มีข้อควรระวังคือมีอัตราการขยายตัวจากความร้อนค่อนข้างสูง ไม่เหมาะกับการมุงสลับกับลอนเมทัลชีทของโรงงานขนาดใหญ่ เพราะอาจเกิดรอยแตกบริเวณรูเจาะยึดและมีโอกาสรั่วซึมได้ง่าย
3. แผ่นกระจกลามิเนต
เกิดจากการนำแผ่นกระจก 2 แผ่นมาประกบกันโดยมีฟิล์ม PVB คั่นอยู่ตรงกลาง จุดเด่นคือความสวยงาม หรูหรา แสงส่องผ่านได้มาก และซับเสียงฝนตกได้ดี แต่มีน้ำหนักมหาศาล โครงสร้างหลังคาโรงงานต้องแข็งแรงเป็นพิเศษ มีต้นทุนการติดตั้งสูง และต้องทำความสะอาดบ่อยครั้งเพื่อป้องกันคราบสกปรกสะสม
4. แผ่นโพลีคาร์บอเนต
มีให้เลือกทั้งแบบลูกฟูก แบบเรียบ และแบบตัน จุดเด่นคือความเหนียว ทนแรงกระแทกได้ดี ดัดโค้งตามรูปทรงสถาปัตยกรรมได้ง่าย เคลือบสารป้องกันรังสี UV เหมาะกับงานกันสาดและหลังคาตกแต่งอาคาร แต่เมื่อใช้งานกลางแดดจัดเป็นเวลานาน มีโอกาสสะสมความชื้นภายในช่องลอนและกรอบแตกได้เร็วกว่าไฟเบอร์กลาส
5. แผ่น UPVC
เป็นวัสดุน้ำหนักเบา ซับเสียงฝนตกได้ดีพอสมควร ดัดรูปทรงได้ตามโครงสร้าง แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานในพื้นที่ที่มีแดดจัดตลอดทั้งวัน เพราะความร้อนสะสมอาจทำให้แผ่นแอ่นตัว บิดงอ กรอบแตก และสีซีดจางได้เร็วกว่าวัสดุเกรดอุตสาหกรรม
แนะนำ 4 รุ่น หลังคาโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส สำหรับโรงงาน จาก Ampelite
บริษัท แอมเพิลไลท์ เวิลด์ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมแผ่นหลังคา และผนังโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส มาตรฐานระดับสากลจากประเทศออสเตรเลีย ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 50 ปี และได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 612-2549 สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการระบุสเปกหลังคาโปร่งแสงให้ตอบโจทย์อาคารได้อย่างแม่นยำ ขอแนะนำ 4 รุ่นยอดนิยมที่ออกแบบมา เพื่อตอบสนองโรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้าโดยเฉพาะ
1. รุ่นวันเดอร์คูล ไออาร์ (WonderCool IR) สะท้อนความร้อนระดับพรีเมียม
- จุดเด่น: ผลิตด้วยเทคโนโลยี Solar Nano Technology ผสมอนุภาค Infrared Reflector (IR) มีประสิทธิภาพในการสะท้อนคลื่นรังสีความร้อนเข้าสู่อาคารได้สูงสุด ให้แสงสว่างธรรมชาติที่สบายตา ช่วยลดอุณหภูมิใต้หลังคาและลดภาระการทำงานของระบบปรับอากาศได้อย่างเห็นผล พร้อมการรับประกันยาวนานสูงสุดถึง 30 ปี
- เหมาะสำหรับ: โรงงานที่มีพนักงานปฏิบัติงานหนาแน่น, คลังสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ, อาคารติดเครื่องปรับอากาศ หรือโรงงานมาตรฐานเขียว (Green Building)
ดูรายละเอียดสเปกแผ่นโปร่งแสง รุ่น WonderCool IR
2. รุ่นคูลไลท์ (Cool-Lite) ลดความร้อน คุ้มค่า ทนทานยาวนาน
- จุดเด่น: ผลิตจากเรซินคุณภาพสูงผสมเม็ดสารสะท้อนความร้อนพิเศษ ช่วยลดปริมาณความร้อนสะสมเข้าสู่อาคาร กระจายแสงธรรมชาติได้เนียนตา สม่ำเสมอ ไม่แยงตา เคลือบผิวหน้าด้วยฟิล์มป้องกันรังสี UV เกรดพรีเมียม ทนต่อสภาพอากาศแปรปรวน ไม่กรอบแตกง่าย
- เหมาะสำหรับ: โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป, คลังสินค้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต และอาคารขนาดใหญ่ที่ต้องการควบคุมความร้อนไปพร้อมกับการประหยัดพลังงานไฟฟ้า
ดูรายละเอียดสเปกแผ่นโปร่งแสง รุ่น Cool-Lite
3. รุ่นเอสแอล ไฟร์ รีทาแดนท์ (SL Fire Retardant) ปลอดภัยสูงสุด ด้วยเรซินหน่วงการลามไฟ
- จุดเด่น: ผลิตจากเรซินเกรดพิเศษผสมสารหน่วงการลามไฟ (Fire Retardant) มีคุณสมบัติช่วยชะลอการลุกลามของเปลวไฟ และสามารถดับไฟได้เองตามมาตรฐานการทดสอบอัคคีภัยระดับสากลจากออสเตรเลีย เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับโครงสร้างอาคาร
- เหมาะสำหรับ: โรงงานมาตรฐานสากล, โรงงานผลิตหรือจัดเก็บวัตถุไวไฟ, คลังสารเคมี และอาคารสาธารณะที่ต้องควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเป็นพิเศษ
ดูรายละเอียดสเปกแผ่นโปร่งแสง รุ่น SL Fire Retardant
4. รุ่นซูปร้ากลาส (Supra Glas) สวยงาม ทนทาน กระจายแสงสม่ำเสมอ
- จุดเด่น: โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงามทันสมัย ผลิตจากเรซินเกรดสูงเสริมใยแก้วคุณภาพ พร้อมปกป้องผิวหน้าด้วยชั้นเคลือบหนา 160 ไมครอน แข็งแกร่ง ทนทานต่อการกัดกร่อน ช่วยกรองและกระจายแสงสว่างจากธรรมชาติได้อย่างนุ่มนวล สม่ำเสมอทั่วทุกมุมอาคาร
- เหมาะสำหรับ: โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป อาคารสำนักงาน หรือคลังสินค้าที่ต้องการแสงสว่างสม่ำเสมอ ไม่แสบตา และต้องการประหยัดค่าไฟในระยะยาว
ดูรายละเอียดสเปกแผ่นโปร่งแสง รุ่น Supra Glas
สรุปแนวทางเลือกหลังคาโรงงานให้คุ้มค่า
การเลือกติดตั้งแผ่นหลังคาโปร่งแสงที่มีคุณภาพสูง ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟฟ้าในเวลากลางวันลงได้อย่างชัดเจน แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่สบายตา ป้องกันเครื่องจักรจากความร้อนสะสม และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงานในระยะยาว
หากผู้ประกอบการท่านใดต้องการคำแนะนำในการคำนวณปริมาณแสงสว่าง การเลือกรูปลอน หรือออกแบบสเปกแผ่นโปร่งแสงให้ตรงกับประเภทธุรกิจของคุณ ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจาก แอมเพิลไลท์ พร้อมยินดีให้คำปรึกษาฟรีทุกขั้นตอน หากสนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ติดต่อแผนกประสานงานฝ่ายขายได้ที่ 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490