082 782 6774 ampelitemkt marketing@ampelite.co.th

ฉนวนกันความร้อน เคล็ดลับช่วยบ้านประหยัดพลังงานในระยะยาว

ฉนวนกันความร้อน

รู้ไหมว่า ทำไมการติดฉนวนป้องกันความร้อนถึงสำคัญต่อตัวบ้าน และอาคาร ? เพราะประเทศไทยมีอากาศร้อนจัดเป็นปกติแทบทั้งปี ทำให้หลายครอบครัวต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น หลายคนจึงเริ่มมองหาวิธีทำให้บ้านเย็นขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มภาระให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไป ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ได้ผลจริง และคุ้มค่าที่สุดในระยะยาวก็คือ การติดตั้งฉนวนกันความร้อน

หากคุณกำลังเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับฉนวนป้องกันความร้อนอยู่พอดี ในบทความนี้ แอมเพิลไลท์ จะช่วยเปิดทุกข้อสงสัยที่มือใหม่อยากรู้ เกี่ยวกับฉนวนป้องกันความร้อนแบบครบจบในที่เดียว ! ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย

ฉนวนกันความร้อน

ตอบข้อสงสัยมือใหม่ เกี่ยวกับ “ฉนวนกันความร้อน”

เมื่อถึงเวลาต้องเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนจริง มือใหม่มักมีคำถามเต็มหัว ไม่ว่าจะเป็น เรื่องประเภท วัสดุ ความหนา หรือประสิทธิภาพการลามไฟ ดังนั้น เราจะพาคุณมาตอบข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้ พร้อมอธิบายคำตอบแบบเข้าใจง่ายให้ฟังกัน 

  1. ฉนวนป้องกันความร้อนทำงานยังไง ?

ฉนวนป้องกันความร้อน มีหน้าที่ชะลอการถ่ายเทความร้อน ที่เข้ามาจากหลังคา หรือผนัง โดยอาศัยคุณสมบัติของเนื้อวัสดุ เช่น การสะท้อนรังสีความร้อน การดูดซับความร้อน หรือการกักเก็บอากาศไว้ในช่องว่าง ทำให้ความร้อนเดินทางช้าลงก่อนจะเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย

พูดง่าย ๆ คือ ฉนวนป้องกันความร้อนจะเข้ามาช่วยทำหน้าที่คล้ายร่ม หรือเสื้อกันแดด เพื่อให้บ้านเย็นลงในหน้าร้อน

  1. ฉนวนป้องกันความร้อนทำให้บ้านเย็นลงได้กี่องศา ?

ส่วนใหญ่แล้ว ฉนวนป้องกันความร้อนจะช่วยลดอุณหภูมิได้ถึง 2 – 5 องศา (ขึ้นอยู่กับวัสดุ ความหนา และสภาพบ้าน) แต่สิ่งที่เห็นผลชัดที่สุด คือแอร์จะทำงานเบาลง ห้องเย็นเร็วขึ้น ลดความร้อนที่สะสมในช่วงบ่าย และลดค่าไฟได้ในระยะยาว

  1. หากเลือกฉนวนป้องกันความร้อนผิดประเภท จะเจอปัญหาอะไรบ้าง ?

ประเด็นที่หลายคนตกม้าตาย เพราะคิดว่าฉนวนก็คือฉนวน เลือกอันไหนก็ได้ แต่ในความจริง วัสดุแต่ละแบบมีลักษณะเฉพาะ และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หากเลือกผิดอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้ เช่น

  • ฉนวนลามไฟง่าย

บางวัสดุ เช่น ฉนวนราคาถูก หรือวัสดุไม่ได้มาตรฐาน หากเกิดอุบัติเหตุในบ้าน อาจมีความเสี่ยงทำให้ติดไฟง่าย หรือทำให้ไฟลามเร็วขึ้น ดังนั้น ทางที่ดีควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติไม่ลามไฟ (Non-combustible) จะปลอดภัยที่สุด

  • ปัญหาความชื้นสะสม

ปัญหาเรื่องความชื้นสะสม เป็นปัญหาที่เกิดบ่อยสุด ๆ โดยเฉพาะกับบ้านที่ใช้ฉนวนใยแก้วหนา ซึ่งหากไม่มีการป้องกันความชื้นให้ดี ก็มีโอกาสที่ฉนวนจะอุ้มน้ำ เสื่อมคุณภาพ น้ำหนักเพิ่ม เกิดหยดน้ำบนฝ้า และกลายเป็นเชื้อราได้ ซึ่งจะเป็นอันตรายทั้งต่ออาคาร และสุขภาพในอนาคต

  1. ฉนวนป้องกันความร้อนมีกลิ่นอับเพราะอะไร ?

กลิ่นอับไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะเป็นสัญญาณว่าฉนวนกำลังมีปัญหา และอาจส่งผลถึงคุณภาพของอากาศภายในบ้านได้ด้วย โดยสาเหตุหลัก ๆ มักมาจาก ความชื้นสะสมในฉนวน ฉนวนเสื่อมคุณภาพ ระบบระบายอากาศไม่ดี และการใช้ฉนวนราคาถูก ที่ไม่ได้ผ่านการเคลือบสารป้องกันเชื้อรามา

  1. สัตว์ หรือแมลงเข้าไปทำรัง ในฉนวนป้องกันความร้อนได้ไหม ?

ฉนวนป้องกันความร้อน โดยเฉพาะฉนวนแบบเส้นใย (Fibrous Material) หากติดตั้งไม่ดี หรือไม่ได้ปิดปลายหลังคาให้เรียบร้อย หนู หรือแมลงก็สามารถเข้าไปทำรังได้ อีกทั้งยังทำให้บ้านไม่เย็นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การติดกลับด้าน การติดไม่เต็มพื้นที่ การติดทับท่อไฟฟ้า การไม่เว้นช่องลม หรือการวางฉนวนชิดหลังคาเกินไป ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้ประสิทธิภาพของฉนวนลดลงแบบครึ่งต่อครึ่งได้เลยทีเดียว

  1. อายุการใช้งานของฉนวนอยู่ได้นานแค่ไหน ?

โดยทั่วไป ฉนวนป้องกันความร้อนมักมีอายุการใช้งานประมาณ 5 – 6 ปี ซึ่งอาจมาก หรือน้อยกว่านั้นตามชนิดของวัสดุ และสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง โดยปัจจัยที่ทำให้เสื่อมเร็วขึ้น ได้แก่ ความชื้นสะสม รอยรั่วบริเวณหลังคา อุณหภูมิสูงที่สะสมต่อเนื่อง รวมไปถึงการติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้หลายบ้านจำเป็นต้องตรวจเช็กสภาพฉนวนทุก 2 – 3 ปี เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น

แต่หากเลือกฉนวนป้องกันความร้อนแบบโฟม จาก AmpCell อย่าง AmpCell  คุณจะได้อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ามาตรฐาน เพราะเป็นวัสดุ เซลล์ปิด (Closed-Cell) ที่ไม่อุ้มน้ำ ไม่ดูดความชื้น และทนต่อการเสื่อมสภาพได้ดี ทำให้อายุการใช้งานยาวนาน พร้อมมีรับประกันให้สูงถึง 12 ปี ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และช่วยให้บ้านเย็นขึ้นอย่างมั่นใจในระยะยาว

  1. บ้าน หรืออาคารจำเป็นต้องติดฉนวนป้องกันความร้อนไหม ?

หากให้พูดตรง ๆ คือ แทบจะจำเป็น เพราะสำหรับสภาพอากาศประเทศไทยที่ร้อนจัดขึ้นทุกปี ทำให้กว่า 70% ของความร้อนสามารถเข้าสู่บ้านผ่านหลังคา การติดฉนวนป้องกันความร้อนจึงเป็นวิธีเดียว ที่จะช่วยตัดความร้อนตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่แค่แก้อาการด้วยการเปิดแอร์แรงขึ้น จ่ายค่าไฟแพงขึ้น หรือทำให้บ้านร้อนอบอ้าวต่อไปเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาฉนวนที่ได้มาตรฐาน ติดตั้งง่าย และให้ผลลัพธ์คุ้มค่า อย่าง AmpCell เราพร้อมให้คำแนะนำการใช้งาน และติดตั้งที่เหมาะกับบ้าน หรืออาคารคุณได้ทันที หากสนใจ หรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อหาแอมเพิลไลท์ได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย

ฉนวนกันความร้อน กับแนวคิดบ้านประหยัดพลังงานในระยะยาว

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ฉนวนกันความร้อน ไม่ได้เป็นแค่ส่วนเสริมที่มีหรือไม่มีก็ได้ในบ้าน เพราะฉนวนป้องกันความร้อนถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดใหญ่ ในวงการออกแบบบ้านยุคใหม่ที่เรียกว่า “Energy Saving Home” หรือ บ้านประหยัดพลังงาน

Energy Saving Home คืออะไร ?

บ้านประหยัดพลังงาน หรือ Energy Saving Home คือการออกแบบบ้านให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียพลังงาน และพึ่งพาอุปกรณ์ไฟฟ้าน้อยลง โดยใช้หลักการ เช่น

  • การกันความร้อนจากหลังคาและผนัง
  • การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • การเพิ่มแสงธรรมชาติ
  • การระบายอากาศที่ดี
  • และการเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน

ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น คือ บ้านเย็นขึ้น ค่าไฟลดลง และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้แนวคิด Energy Saving Home เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ได้แก่

  • ค่าไฟที่สูงขึ้น 
  • สภาพอากาศร้อนขึ้นทุกปี
  • ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น
  • ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม (ESG / Low Energy Use)
  • เทรนด์บ้านอยู่สบาย (Well-being Home)
ฉนวนกันความร้อน

4 หน้าที่ของฉนวนกันความร้อน ในบ้านประหยัดพลังงาน

ซึ่งฉนวนป้องกันความร้อน เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของบ้านประหยัดพลังงาน เพราะทำให้บ้านคิด และใช้พลังงานอย่างฉลาดขึ้น โดยมีบทบาทในการช่วยประหยัดพลังงาน ดังนี้

  • ลดภาระการทำงานของแอร์

เมื่อติดฉนวนป้องกันความร้อนแล้ว บ้านก็จะไม่ร้อนเท่าเดิม ระบบทำความเย็นจึงทำงานน้อยลง ช่วยยืดอายุการใช้งานแอร์ และลดค่าไฟแบบเห็นผล

  • ทำให้บ้านเย็นขึ้น

ฉนวนป้องกันความร้อน จะช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ทำให้บ้านไม่ร้อนจัดตอนกลางวัน และไม่สะสมความร้อนตอนกลางคืน

  • ช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน

บ้านที่ติดฉนวนป้องกันความร้อน และออกแบบตามแนวคิดประหยัดพลังงาน มักขายต่อได้ง่ายกว่า และได้รับความสนใจสูงในตลาดบ้านยุคใหม่ เพราะผู้ซื้อในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว

  • เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

ฉนวนป้องกันความร้อน ติดตั้งครั้งเดียว แต่ช่วยลดค่าไฟ และเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัยตลอดหลายปีข้างหน้าได้

ฉนวนป้องกันความร้อน AmpCell นวัตกรรมช่วยประหยัดพลังงานแบบใหม่

AmpCell คือ ฉนวนกันความร้อนจาก Ampelite ที่พัฒนาโดยเทคโนโลยี Physically Irradiation Cross-linked Polyethylene Foam (IXPE) จากออสเตรเลีย และญี่ปุ่น โดยใช้ Electron Beam พลังงานสูง แทนสารเคมี จึงปลอดภัยทั้งต่อผู้อยู่อาศัย และต่อสิ่งแวดล้อม

ด้วยค่า R-Value 2.223 m²K/W และ K-Value เพียง 0.031 W/mK ทำให้ AmpCell มีประสิทธิภาพสูงในการกันความร้อน ควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารให้เสถียร ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ และช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างเห็นผล นอกจากนี้ โครงสร้าง Closed Cell ยังช่วยป้องกันความชื้น ไม่เกิดเชื้อรา ไม่ยุบตัว และไม่ลามไฟ ช่วยยืดอายุหลังคา และโครงสร้างอาคารในระยะยาว

ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ AmpCell จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งบ้าน อาคารสำนักงาน และโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องการโซลูชันในการประหยัดพลังงาน หากสนใจ หรืออยากสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อแอมเพิลไลท์ได้ที่ แผนกประสานงานฝ่ายขาย 082-782-6774 หรือติดต่อสำนักงานใหญ่ สาขากิ่งแก้ว 02-312-4300, 02-103-4490

BLOG RELEASE

รูปลอนกันสาดที่ไม่ได้มาตฐานส่งผลต่อการรั่วซึม

การเลือกกันสาด วัสดุกันสาด ควรคำนึงถึงลักษณะและความสูงของลอนเพื่อตอบโจทย์ความสวยงามและการระบายน้ำบริเวณต่างๆได้ดี

AmpCell ฉนวนกันความร้อนไร้สารเคมี นวัตกรรมใหม่จากแอมเพิลไลท์

การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบริเวณหลังคา ถือเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ เพราะหากไม่ติดตั้งอาจทำให้เกิดผลกระทบต่าง

เกณฑ์พิจารณา เลือกวัสดุฉนวนกันความร้อนให้สนามกีฬาในร่ม

สนามกีฬาในร่ม เป็นลักษณะของอาคารในร่ม ที่ถูกออกแบบเพื่อใช้ในการเล่นกีฬาต่าง